One Day In Your Life

posted on 28 Jun 2009 00:01 by ripley  in Music, People, Poetry



 

One day in your life
you'll remember a place
Someone's touching your face
You'll come back and you'll look around you

 

 

One day in your life
You'll remember the love you found here
You'll remember me somehow
Though you don't need me now
I will stay in your heart
And when things fall apart
You'll remember one day...

 

 

One day in your life
When you find that you're always waiting
For the love we used to share
Just call my name
And I'll be there

 


You'll remember me somehow
Though you don't need me now
I will stay in your heart
And when things fall apart
You'll remember one day...

 

 

One day in your life
When you find that you're always longing
for the love we used to share
Just call my name
And I'll be there

 

 

สักวันหนึ่งในชีวิต

เธอจะหวนคิดถึงสถานที่บางแห่ง

ที่ซึ่งเคยมีใครลูบไล้ใบหน้าเธอ

เธอจะหวนกลับมาและมองหาไปรอบๆ

 

 

สักวันหนึ่งในชีวิต

เธอจะคิดถึงความรักที่เคยพบพานในที่แห่งนี้

เธอจะนึกถึงฉันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แม้ว่าเธออาจไม่ต้องการฉันในยามนี้

แต่ฉันก็จะสถิตอยู่ในหัวใจเธอ

และเมื่อยามที่สิ่งต่างๆ ล่วงลับลง

เธอก็จะรำลึกถึงวันๆ หนึ่ง...

 

 

สักวันหนึ่งในชีวิต

เมื่อเธอพบว่าสิ่งที่เธอเฝ้าคอยอยู่เสมอมา

ก็คือความรักที่เราเคยมีให้กัน

ขอเพียงแค่เรียกชื่อฉัน

แล้วฉันก็จะมา

 

 

สักวันหนึ่งในชีวิต

เมื่อเธอตระหนักว่าสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด

ก็คือความรักที่เราเคยมีร่วมกัน

ขอเพียงแค่เอ่ยชื่อฉัน

แล้วฉันก็จะมา...

 

 

 

 

One Day In Your Life เป็นหนึ่งในเพลงที่ทั้งไพเราะและทั้งเศร้าที่สุดที่ผมเคยได้ฟังมาในชีวิต

เป็นเพลงจากอัลบั้ม Forever, Michael ของไมเคิ่ล แจ็คสัน ในปี 1975 และถูกนำกลับมาปล่อยอีก

ครั้งในปี 1981 ซึ่งประสบความสำเร็จถึงขั้นข้ามน้ำข้ามทะเลไปขึ้นอันดับ 1 สองสัปดาห์ซ้อนที่

อังกฤษ และลงเอยด้วยการเป็นซิงเกิ้ลที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 6 ของปี ผมรู้จักเพลงนี้ครั้งแรกจาก

อัลบั้มรวมฮิตแบบเทปคาสเส็ทท์ราคาถูกที่จับเอาเพลงของสองสุดยอดแห่งความฮิตในยุคนั้นอย่าง

ไมเคิ่ล แจ็คสันกับวง Culture Club มาเรียงสลับกันเพื่อประชันความเจ๋งแบบเพลงต่อเพลง อัลบั้ม

รวมฮิตแบบนี้มีการทำออกมาขายกันเกลื่อนแผงตามริมฟุตบาทและตลาดนัดในช่วงยุค '80s ซึ่งถือ

เป็นช่วงเวลาที่มีความสงบสุขมากเพราะโลกยังสะกดคำว่า Terrorist ไม่เป็น  ไข้หวัดหมูหวัดหมาก็

ยังไม่มีใครรู้จัก  สมัยนั้นคนไทยจะใส่เสื้อสีอะไรออกนอกบ้านก็ได้โดยไม่ต้องกลัวคนแปลกหน้ามา

มองค้อน และก็ยังไม่เคยมีพระรูปไหนถูกยิงตายตอนออกบิณฑบาต

 

 เนื้อเพลงของ One Day In Your Life กล่าวถึงการถวิลหาความรักความทรงจำที่ดีในอดีตซึ่งไม่

อาจย้อนกลับคืนมาได้อีก   แม้ครั้งแรกที่ได้ฟังผมจะยังเด็กซึ่งเป็นวัยที่ยังไม่มีอดีตอะไรให้ต้องนึก

ถึง แต่ด้วยเมโลดี้ที่ไพเราะและความหมายที่งดงามซึ่งถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงที่ร้องได้อย่างบาด

อารมณ์ของไมเคิ่ลก็ทำให้ผมตกหลุมรักเพลงนี้ในทันที   และเมื่อวันเวลาผ่านไปพร้อมกับวัยของ

ผมที่เพิ่มขึ้นและได้ผ่านการเดินทางของชีวิตมายาวไกลพอที่จะมีอะไรให้คิดถึงด้วยความสะท้อนใจ

อยู่ไม่น้อยในยามที่หันหลังกลับไปมอง มันก็ทำให้เพลงนี้ยิ่งเศร้าจับใจมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ฟัง 

 

ผมเชื่อว่าทุกคนไม่ว่าชีวิตจะดีหรือแย่ยังไงก็ต้องมีความทรงจำที่สวยงามในยามที่เติบโตมาอยู่บ้าง 

จะต้องมีใครสักคน(หรือหลายๆ คน)ที่เคยรักและมอบสิ่งดีๆ ให้กับคุณ(แต่ตอนนั้นเราอาจจะเยาว์

และเขลาเกินที่จะมองเห็นคุณค่าในสิ่งนั้น) พวกเขาอาจจะเป็นพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง ครู

อาจารย์ เพื่อนฝูง หรือ คนรักของคุณ ก็ได้ทั้งนั้น   สำหรับผมนั้นเติบโตมากับคุณย่าซึ่งปัจจุบันล่วง

ลับไปแล้ว เพลงนี้ก็เลยทำให้คิดถึงท่านมากเป็นพิเศษ  ทุกครั้งที่กลับไปบ้านที่เคยเติบโตมาหลัง

นั้น เพลงนี้ก็จะดังแว่วขึ้นมาในความรู้สึกทันที  ...ดังนั้นใครก็ตามที่ได้ฟังเพลงนี้มันก็ต้องเป็นโดน

เหมือนผมบ้างล่ะน่า...!!

นานเกือบ 1 ปีแล้วที่ผมไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกนี้เลย งานเยอะก็เป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่า

นั้นก็คือผมอยากจะเก็บบล็อกนี้ไว้เป็นดั่งสมุดบันทึกพิเศษส่วนตัวสำหรับที่จะเขียนเมื่อมีอารมณ์

ความรู้สึกที่อยากจะเขียนจริงๆ   คงไม่เขียนเพราะว่าถึงกำหนดที่จะต้องเขียนเหมือนเป็นงานประจำ

ดังนั้นถึงแม้จะมีเอนทรี่ออกมาน้อยแต่ส่วนใหญ่แต่ละเอนทรี่ก็จะเป็นเรื่องราวที่มีความหมายกับตัว

ผมเองไม่มากก็น้อย ซึ่งย้อนกลับมาอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ความรู้สึกทุกเมื่อ    อย่างไรก็ตามอยากจะ

บอกว่าคิดถึงเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคนเสมอนะครับ  ขอบคุณสำหรับคนที่อุตส่าห์แวะเวียนมาถามถึง

สารทุกข์สุกดิบ  ก็ขอบอกว่าสบายดีครับ ยังไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน แต่สิ่งที่ทำให้ต้องกลับมา

เขียนบล็อกนี้อีกครั้งก็เพราะการตายอย่างกระทันหันของคนที่ร้องเพลงโปรดของผมอย่าง One

Day In Your Life นี่แหละ 

 

ที่ผ่านมาผมก็ได้ยินเรื่องการเจ็บป่วยของไมเคิ่ลอยู่บ้าง แต่ข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้เพียงแค่หนึ่ง

เดือนว่าเขาจะหวนคืนสู่เวทีคอนเสิร์ทอีกครั้ง(แถมยังคุยว่าจะมีท่าเต้นที่เด็ดดวงกว่าเดิมอีกด้วย) ก็

ทำให้ผมหลงโล่งใจอยู่ได้พักนึง  ถึงแม้ว่าไมเคิ่ลจะไม่ถึงขั้นเป็นนักร้องคนโปรดของผม แต่การที่

ได้เติบโตมาพร้อมกับเสียงเพลงและข่าวคราวของเขามาโดยตลอด การจากไปในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่

น่าใจหาย  แม้พฤติกรรมที่หลุดโลกหลายๆ อย่างอาจทำให้เขาถูกสังคมมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่

สำหรับผมแล้วเขาเป็นเหมือนเด็กมีพรสวรรค์ที่น่าสงสารคนหนึ่งซึ่งถูกครอบครัวผลักดันสู่ธุรกิจวง

การเพลงเร็วเกินไปจนชีวิตเสียศูนย์ และต้องมาติดกับอยู่ในความสำเร็จระดับมหาศาลของตนเอง 

ถ้าหากเขาพอใจในสิ่งที่ตนมีเขาก็น่าจะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขมากกว่านี้  เพราะอย่างน้อย

ก่อนที่เขาจะกลายเป็นคิงออฟป็อปนั้นเขาเป็นชายผิวดำที่หน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว  แต่ไม่ว่าเขา

จะเป็นอย่างไรในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังคงเป็นตำนานบทสำคัญแห่งวง

การเพลงที่จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป 

 

..ขอบคุณนะ ไมเคิ่ล สำหรับเพลงเพราะๆ ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "One Day In Your Life" 


ผลงานอัลบั้มเพลงที่ผ่านมาของไมเคิ่ล แจ็คสัน :

Got to Be There (1972)

Ben (1972)

Music & Me (1973)

Forever, Michael (1975)

Off the Wall (1979)

Thriller (1982)

Bad (1987)

Dangerous (1991)

HIStory (1995)

Blood on the Dance Floor (1997)

Invincible (2001)

 

ขอแถมท้ายด้วยคลิปเพลงอื่นๆ ในยุค 80 ของไมเคิ่ลที่ผมชอบ

 

 

(Thank you : All sources of the photos และขอบคุณคุณ Jennessa สำหรับการสอนวิธีโพสคลิปจากยูทูบลงบล็อกด้วยครับ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หายไปนานจริงๆ

รูปประกอบได้อารมณ์มากเลย..

#1 By wesong on 2009-06-28 01:11

ช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งมี่ทั้งดีและไม่ดี แต่อย่างน้อยในชีวิตของคนคนหนึ่งก็ต้องมีความสุขและทุกข์เป็นธรรมดา

เก็บความทรงจำที่ดีของคนเอาไว้ดีกว่าเนอะ big smile

ปล. สบายดีก็ดีแล้วค่ะ big smile
ได้อ่าน บล็อคนี้อีกครั้งรู้สึกดีจังเลยครับ
สำหรับ ไมเคิ่ล แจ็คสัน แล้วเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้ใคร
หลายๆคน นี่ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่น่าจดจำbig smile

#3 By lekprapan on 2009-06-28 12:15

เพลงเพราะมากค่ะ เพิ่งเคยฟัง และพี่ริปก็แปลได้สวยงามสละสลวยเช่นเคย big smile

RIP

ส่วน youtube เล่นอัตโนมัติก็ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อเรามีตัว Embed โค๊ด

<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/V9cauvGO8ME&hl=en&fs=1&"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/V9cauvGO8ME&hl=en&fs=1&" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>

เอา Embed โค๊ด ตรงนี้มาเติมคำว่า autoplay=1 ตรง src ค่ะ จะได้เป็น

<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/V9cauvGO8ME&hl=en&fs=1&"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/V9cauvGO8ME&hl=en&fs=1&autoplay=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>

ลองดูค่ะ big smile

#4 By ire_u on 2009-06-28 12:31

เนื้อหาเศร้าจริง ๆ
รวมรูปประกอบ ยิ่งทำให้เศร้า...

#5 By นาย ช บ า on 2009-06-28 13:11

ขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่แวะเข้ามานะครับ ผมปล่อยบล็อกนี้ร้างมาเกือบปีนึกว่าคงจะไม่เหลือใครเข้ามาเม้นท์ให้อีกแล้ว ขอบคุณการต้อนรับที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน
ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักอย่างน้องไอร์ที่ช่วยสอนเคล็ดลับในการทำให้คลิปมันเล่นได้เองโดยอัตโนมัติด้วยนะครับ..ใจจ้า..confused smile

#6 By Ripley on 2009-06-28 13:15

เนื้อหาเพลงประกอบเศร้า
ดูรูปแล้วยิ่งเศร้า

#7 By ~memay~ on 2009-06-28 18:58

หายไปนานเลยนะคะ

big smile

เข้ามาทักทาย ดังเดิม

แล้วก็ต้องเก็บความทรงจำดี ๆ เพื่ออะไรที่ดี ๆ นะคะ

big smile

#8 By tungmay on 2009-06-28 21:56

กลับมาแร้น คิดถึงจังค่ะbig smile

#9 By V@R on 2009-06-28 22:57

เพิ่งเปิดมาดู ส่งems ไปทักทาย ว่ารอพี่กลับมาอัพ รออ่านครับ แต่พอเปิดมา อ่าพี่อัพแล้ววsad smile

ผมไม่ทันเปิดดูก่อน ขอโทษนะครับ

ดีใจๆที่พี่กลับมาครับconfused smile

#10 By redtear on 2009-06-29 11:42

จริงครับ ผมชอบยุค 80 ที่ว่าเช่นกันครับ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งเสรีภาพจริงๆ ยังคิดถึงเทปเถื่อนของพี่ MJ นี่อยู่เลยครับ

ส่วนใหญ่ผมคุ้นเคยกับเพลงดังๆของแกมากกว่าครับ แต่เพลงนี้ฟังแล้ว อืมมม กัดใจฉะมัด

RIP ให้แก่พี่ MJ ครับและจะมาคอยติดตามอ่านเรื่อยๆนะครับ big smile

#11 By Seam - C on 2009-06-29 14:22

ร่วมไว้อาลัยให้กับไอดอลแห่งยุคด้วยคนครับ ฟังเพลงแล้วเศร้า

#12 By Faris Cassidy on 2009-06-29 14:59

ไม่ได้เป็นนักวิจารณ์หรอกครับ พอดีเรียนด้านนี้ ก็เขียนไปตามความรู้สึกล้วนๆ 55 big smile

#13 By Faris Cassidy on 2009-06-29 15:31

คนหนึ่งคน สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนได้มากมายทั่วโลก

#14 By ningnong on 2009-06-30 09:26

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ

ผมเป็นนักเขียนการ์ตูนรุ่นเก่า สมัยชัยพฤกษ์การ์ตูนโน่นนะครับ พอทันไหมครับ

#15 By ningnong on 2009-06-30 16:32

ขอบคุณมากๆที่แวะไปเยี่ยมเยียนและเขียนที่บล็อคนะครับ ขออนุญาติ ADD FAV นะท่าน จขบbig smile

#16 By Kuroiketaro on 2009-06-30 20:10

ด้วยความยินดีครับsurprised smile

#17 By Ripley on 2009-06-30 20:49

ขอบคุณที่มาช่วยรดน้ำต้นไม้ให้ในเทศกาล
June writeนะครับ

ขอตัวไปเดินสายขอบคุณเพื่อนบ้านคนอื่นๆต่อหล่ะbig smile

#18 By Kuroiketaro on 2009-06-30 22:30

คับผม ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ผมก้อชอบหนังเรื่อง ทาเล้น มิสเตอ์ริบรี่ เหมือนกันคับ (ดูแต่เฉพาะภาคแรก) จำได้เลาๆว่า อิตาลี่ สวยมาก และสงสารมิสเตอร์ ริบรี่มากด้วยครับ

#19 By ningnong on 2009-07-01 09:29

ครับ รูปนั้นเป็น รูปหน้าผมเอง ทำจาก photoshopครับ ตอนนี้กำลังหัด illustrator คุณใช้โปรแกรมพวกนี้เหมือนกันหรือครับ

#20 By ningnong on 2009-07-02 09:33

big smile

#21 By tungmay on 2009-07-02 20:07

ชีวิตของ MJ เหมือนรถไฟเหาะตีลังกา พระเจ้าให้พรสวรรค์เขามาอย่างล้นเหลือแต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความเพี้ยนหนักมาด้วยในหลายเรื่อง แต่ในความรู้สึกดิฉัน เขาไม่ใช่คนเลวหรือต่ำทรามอย่างที่ฝรั่งปากจัดบางคนว่า (ดูตัวเองมั่งหรือเปล่าคนพูด) นึกถึงแล้วสงสารมากกว่าอย่างอื่น วันนี้ทุกอย่างจบแล้วสำหรับเจ้าตัว ก็ขอให้พักผ่อนอย่างสงบ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามหลังมากมาย แต่แฟนๆ ก็คงเลือกจำแต่ผลงานที่เขาทิ้งไว้
Michael Jackson, RIP

#22 By RogerWilco on 2009-07-07 12:12

ภาพสวยมากครับ

RIP MJ

#23 By pisces on 2009-07-10 23:06

ข้อมูลแน่นมากคับ สุดยอด
ใช่แล้วคับ ผมก็คล้ายๆคุณคับ จะอัพบล็อก ก็เฉพาะเรามีแรงบันดาลใจ มีความอยากที่จะอัพจริงๆ ดังนั้น(ผมคิดเองนะ)เรื่องที่อัพแต่ละครั้งค่อนข้างจะมีคุณภาพหน่อย ว่ามั้ยคับconfused smile Hot!

#24 By Frankie8 on 2009-07-26 01:21


เมื่อวานตอนฉันขับรถกลับบ้าน ในวิทยุเปิดเพลงนี้ด้วยค่ะ...

ช่วงนี้ฉันก็เรื่อยๆค่ะ...

พี่เองก็รักษาสุขภาพนะคะ big smile

#25 By นกไร้ขา on 2009-08-06 11:15

One day in your life
You'll remember the love you found here
You'll remember me somehow
Though you don't need me now
I will stay in your heart
And when things fall apart
You'll remember one day...

สักวันหนึ่งในชีวิต
เธอจะจำได้ถึงรักที่เคยสัมผัส ณ ที่นี้
เธอจะระลึกถึงฉันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งคนดี
และตราบแม้นเธอจะไม่ต้องการฉันในยามนี้
ทว่าฉันจะคงสถิตอยู่ในฤทัยเธอ..
ยามที่สิ่งต่างๆล้มเหลวแหลกร้าว
เธอจะรำลึกนึกได้ในสักวัน..

#26 By Beautiful Lie on 2009-10-23 02:10