Movie quote part 4

posted on 19 May 2008 03:04 by ripley  in Quote

สวัสดีเดือนพฤษภาคมครับเพื่อนๆชาวบล็อกทุกคน หวังว่าทุกคนคงสบายดีนะครับ

ผมเว้นช่วงจากเอนทรี่ก่อนเดือนกว่าเลยสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะรอน้องปิงกรูมาช่วยแยกแพะออกจากแกะให้

ซึ่งตอนนี้คำเฉลยก็ออกมาแล้ว หากใครยังสนใจอยากรู้ก็ย้อนกลับไปดูในเอนทรี่ก่อนได้เลยครับ

(ขออนุญาตจับน้องปิงเป็นแพะรับบาปซะเลย หุๆๆ )

ความจริงแล้วที่ผมหายไปนานสาเหตุใหญ่เป็นเพราะตอนนี้คอมที่ผมใช้มาร่วม7ปีนั้นอยู่ในช่วงป่วย

หนักมาหลายเดือนแล้ว อาการหลักๆก็คือเปิดไม่ค่อยติด ซึ่งผมเพิ่งยกไปซ่อมเอาแบบแค่พอใช้ต่อ

ไปได้อีกสักระยะ ไม่ได้อัพเกรดสเป็คเครื่องให้ดีขึ้นแต่อย่างใด รอเก็บเงินเอาไว้ซื้อคอมเครื่องใหม่

เลยน่าจะคุ้มกว่า  เอาไว้ถ้าได้เครื่องใหม่มาเมื่อไหร่เราคงจะได้เจอกันบ่อยขึ้นกว่านี้(มั้ง)

ระหว่างนี้ผมขออัพบล็อกกันร้างด้วยการใช้หนี้คุณเป้ยเห่ยศักดิ์ที่เคยอยากให้ผมเอา quote

จากหนังเรื่อง Good Will Hunting มาลงบล็อกบ้างตั้งแต่ปีที่แล้ว

(ขออภัยด้วยที่ใช้เวลานานไป(ไม่)หน่อย    แต่ยังไงตอนนี้ผมก็จัดให้แล้วนะครับ) 

 

อ้อ.. ขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษอะไรนักหรอก

แค่พอจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้บ้างเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ทั่วไป

ดังนั้นquoteต่างๆที่ผมนำมาลงนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะให้เป็นรายการสอนภาษาอังกฤษแต่อย่างใด 

แต่เอามาลงเพื่อร่วมแบ่งปันมุมมอง แง่คิด ตลอดจนอารมณ์ขันที่อาจจะมีอยู่ในคำคมจากหนัง

เรื่องต่างๆเหล่านี้ต่างหาก ซึ่งหากใครสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์กับชีวิตตนเองได้

ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ

 

 

ขอเริ่มด้วย Quote จากหนังเรื่อง Good Will Hunting นี่แหละ

บทภาพยนตร์ระดับรางวัลออสการ์ที่้เขียนขึ้นโดยคู่ซี้ แม็ตต์ เดม่อน กับ เบน แอฟเฟล็กเรื่องนี้

เต็มไปด้วยบทพูดยาวๆ ที่พ่นใส่กันแบบน้ำไหลไฟดับทั้งเรื่อง หากใครดูหนังเรื่องนี้แบบซาวน์แทร็ค

แล้วอาศัยอ่านซับเอางานนี้อาจมีมึน !

quoteแรกแสดงให้เห็นมุมมองของเด็กหนุ่มอัจฉริยะไอคิวสูงแต่มีปัญหาทางด้านอารมณ์และการเงิน

อย่างวิล ฮันติ้ง(ผู้ซึ่งพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการศึกษานั้นไม่จำเป็นต้องเป็นไปในระบบแต่เพียง

อย่างเดียว เพราะเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาอย่างเขาก็สามารถแก้สมการคณิตศาสตร์ที่

ซับซ้อนได้ในขณะที่เด็กมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ทำได้แค่มองตาปริบๆ)

 

ไม่มีใครในโลกที่สมบูรณ์แบบ เด็ก IQ สูงแต่ EQ บกพร่องอย่างวิลล์ก็ยังต้องพึ่งพาจิตแพทย์ช่วย

แก้ปัญหาทางด้านจิตใจให้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีจิตแพทย์หลายรายแล้วที่ต้องโกยแน่บเพราะทนฤทธิ์

เดชของวิลล์ไม่ไหว   แต่ฌอนไม่เหมือนจิตแพทย์ทั่วไป เขามีทั้งความรัก ความเข้าใจ

และมีบทเรียนชีวิตดีๆคอยมอบให้(ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่วิลล์โหยหามาตลอด)

 


Quote นี้อยู่ในฉากท้ายๆ เรื่อง ซึ่งเป็นการอำลากันระหว่างวิลล์กับฌอนหลังการบำบัดอันยาวนาน

ได้เสร็จสิ้น  ตอนที่ผมดูหนังเรื่องนี้จากแผ่นวีซีดี นักพากษ์พูดในฉากนี้ว่า

"มันจะผิดไหมถ้าหมอกับคนไข้มีความสัมพันธ์กัน"

ซึ่งถ้าจะพิจารณาตามตัวอักษรแบบเป๊ะๆคำแปลในแผ่นวีซีดีนั้นก็ไม่ถูกต้องแต่ความหมายมันก็พอได้

(หากไม่คิดลึกหรือว่าตั้งใจจะจับผิดกันจนเกินไป)

ในขณะที่บางทีการแปลตามตัวอักษรมากเกินไปอาจจะได้ประโยคที่เยิ่นเย้อเกินไปและไม่สละสลวย

เป็นธรรมชาติในแบบที่คนไทยเราใช้พูดกันจริงๆในชีวิตประจำวัน

ดังนั้นบางกรณีผมก็อาจไม่แปลตามตัวอักษรบ้างเหมือนกัน

ตราบใดที่มันยังให้ความหมายในทำนองเดียวกันผมก็ถือว่า OK ครับ

 

เปลี่ยนมาดู Quote จากหนังสไปเดอร์แมนภาคสองกันบ้าง

Quote นี้โดนใจผมมาก เคยมีใครทำให้คุณรู้สึกว่าเขาหรือเธอคนนั้นมักเป็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่าในยาม

ที่คุณมองหาหรือต้องการรึเปล่าครับ หากว่าเคยมี จากประสบการณ์ของผมแล้วอยากจะบอกว่า

เก้าอี้ที่ว่างเปล่านั้นมันก็จะเป็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่าอยู่วันยังค่ำ

อย่าเสียเวลาให้กับคนที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนี้อยู่เลย  หันไปให้ความสำคัญกับใครคนอื่นที่มักจะอยู่ที่

นั่นเพื่อคุณดีกว่า หรือหากว่าไม่มีใครเลยก็หันมาพึ่งพาตัวเองนั่นแหละดีที่สุดครับ(เว้นเสียแต่ว่าเจ้า

ของเก้าอี้นั้นจะมีชื่อว่าสไปเดอร์แมน!)

 

 

เมื่อพูดถึงคำคมจากหนังสไปเดอร์แมน หากไม่หยิบเอา Quote จากภาคแรกอันนี้มากล่าวก็คงไม่

ได้ เพราะมันได้กลายเป็นประโยคคลาสสิคไปเสียแล้ว นั่นเป็นเพราะว่ามันแฝงไปด้วยความจริง

อย่างยิ่งที่ใครก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ พูดง่ายๆก็คือไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาเปล่าๆ เรามักต้องแลก

อะไรบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอะไรสักอย่างเสมอ

 

 

 

และสาระสำคัญที่สารคดีรางวัลออสการ์เรื่อง An Inconvenient Truth พยายามจะบอกกับคนดูก็

สะท้อนถึงความจริงจาก Quote ก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี  เพราะหลังจากที่มนุษย์เราตักตวงเอา

ความสะดวกสบายจากทรัพยากรธรรมชาติกันอย่างไม่บันยะบันยังมานานนับศตวรรษ ตอนนี้ถึง

เวลาที่เราจะต้องชดใช้คืนให้กับธรรมชาติกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่องที่ถล่มทลายปะปนไป

กับซากศพนับหมื่นนับแสนในเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิสในพม่าและแผ่นดินไหวที่จีนซึ่งเกิดขึ้น

ล่าสุด แต่นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น การชดใช้ด้วยชีวิตนี้จะทวีความรุนแรงและเขยิบใกล้ตัว

เรามากขึ้นเรื่อยๆ  เราจะหยุดทำลายตัวเองกันได้หรือยัง? อย่ารอให้เป็นหน้าที่ของคนรุ่นลูกรุ่น

หลานที่จะเป็นผู้ถามคำถามนี้ เพราะวันนั้นอาจจะสายเกินไปสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

 

Quote นี้ค่อนข้างจะแปลเป็นภาษาไทยได้ยาก ผมอาจจะแปลได้ไม่รื่นหูนัก แต่ความหมายของมัน

ก็คือ เมื่อมีผลประโยขน์เกิดขึ้นที่ไหนและตราบใดที่ยังตักตวงเอาจากมันได้ คนเรามักจะทำเป็นปิด

หูปิดตาไม่ยอมรับรู้รับฟังความถูกต้องใดๆทั้งสิ้น  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชาวอเมริกันฟังแล้วรู้สึกอย่างไรในเมื่อ

สหรัฐอเมริกาเองเป็นประเทศที่เชื่อกันว่าบริโภคทรัพยากรของโลกมากที่สุดและปล่อยก๊าซพิษออก

มามากที่สุดแต่กลับเป็น1ใน2ประเทศเท่านั้นที่ไม่ยอมลงนามในสนธิสัญญาบางอย่างอันจะเป็น

กฎหมายบังคับใช้ที่ส่งผลให้ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับประเทศอื่นๆทั่วโลก

 

 

อัล กอร์ผู้สร้างสารคดีนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างจิตสำนึกเหล่านี้ให้กับชาวโลกนั้นเคยพูดติดตลกว่า I'm Al

Gore, I used to be the next president of the United States of America. ซึ่งทำให้คนฟังนั้น

หัวเราะกันครืน แต่จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่คนแบบนี้ไม่ได้เป็นผู้นำโลก ใน

ขณะที่คนที่ได้เป็นก็คือคนที่เห็นว่าภัยจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายอัล ไคด้านั้นอันตรายกว่าภัยที่เกิดจาก

ภาวะโลกร้อน   ..แต่อย่างไรเสียผมก็รู้สึกดีใจที่ยังมีคนแบบนายอัล กอร์ที่อุทิศตัวเองให้กับงานที่

ช่วยพิทักษ์โลกทั้งใบเช่นนี้อยู่  สำหรับผมแล้วรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่เขาได้รับนั้นยิ่งใหญ่

กว่าการได้เป็นประธานาธิบดีมากมายนัก    หากใครที่ยังไม่เคยดูสารคดีเรื่องนี้ของนายอัล กอร์

ผมอยากให้ไปหามาดูกัน และหวังว่าเมื่อได้ดูแล้วมันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณๆหันมาสร้าง

พฤติกรรมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ

(ขอบคุณข้อมูลจาก www.movie.hipgang.com )

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เย้ยยยย

ทำไมไม่หลับไม่นอน

งั้นก็หวังว่าจะหลับฝันดีนะคะ

#1 By tungmay on 2008-05-19 04:03

คุณตังเมก็ตื่นเช้าจังเลยนะครับ หรือว่ายังไม่ได้นอนเลยหว่า?embarrassed

#2 By Ripley on 2008-05-19 06:58

สารคดีนายอัลกอร์ VaR ดูในโรงหนังค่ะ เสียตังค์ดูด้วยหล่ะ คริคริ

#3 By VAR on 2008-05-19 08:22

ดีๆ ทั้งนั้นHot!

#4 By wesong on 2008-05-19 09:16

"คนที่สอบได้คะแนนดีแล้วอยากเรียนหมอ
เป็นแค่ความต้องการของคนโง่ที่มีความคิดเท่านั้น"

อันนี้โดนครับจากเรื่อง One litre of tear.
คืนนี้ 20.30 TPBS

#5 By โกเฮง on 2008-05-19 12:32

ชอบ Quote แรกมากๆ ครับ
ผมเชื่อเสมอครับว่าระบบการศึกษาไม่สำคัญเสมอไป
แต่มันขึ้นอยู่กับการพยายามขวนขวายและเรียนรู้ของตัวบุคคลเองต่างหาก


..ผมฮาอันที่วิลล์กับฌอนกอดกันแฮะ confused smile

#6 By ปิงกรู on 2008-05-19 12:59

เอ๊ะ ลืมกดลูกแก้วครับพี่ Hot! Hot! Hot!

#7 By ปิงกรู on 2008-05-19 13:00

ภาพยนตร์มีอะไรดีๆรอเราอยู่เสมอ
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเจอมันหรือเปล่า

ปล.ชอบแมตต์ เดม่อนใช่มั้ยคะเนี่ยconfused smile
ต่างก็เคยเห็นมาแล้วทั้งนั้นเลยค่ะ เพราะว่าส่วนตัวเป็นคนที่ชอบฟังและจดจำอะไรๆแบบนี้อยู่แล้ว big smile

ชอบ Matt Damon เหรอคะ มีแต่รูปเขาเยอะแยะเลย confused smile

น่าแปลกที่คนบางคนก็รู้ทั้งรู้ ว่าเก้าอี้นั้นว่างเปล่าตลอดมา แล้วก็จะเป็นต่อไป แต่ก็ยังไปใส่ใจ ก็ยังไปหวัง..
ในขณะที่กับคนที่คอยอยู่ตรงนั้นด้วยตลอดเวลา พร้อมเคียงข้างเสมอต่อให้ใครอื่นไม่สนใจ กลับไม่ทำตัวให้ใส่ใจ ประพฤติตัวกับเขาดีๆ

"With great power comes great responsibility"
เป็นประโยคที่บอกอะไรๆได้ดีเลยทีเดียว และแม้บางทีคนที่ได้รับความสามารถนั้นจะไม่ได้ต้องการมันเลยก็ตาม แต่ความรับผิดชอบมันก็ตามมาเหมือนเงาตามตัว..

ส่วนเรื่องสารคดีของอัล กอร์ ก็ยอมรับนะคะ ว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว
แต่ว่าก็มีข้อผิดพลาดเป็นบางจุดบ้างเหมือนกัน
แถมเหมือนกับเคยได้ข่าวว่าค่าไฟฟ้าในคฤหาสน์เขามากกว่าไฟฟ้าเฉลี่ยของคนอเมริกันทั่วไป 20 เท่า
คงจะเหมาะสมจะเป็น "ทำตามที่ผมพูด ไม่ใช่ทำตามที่ผมทำ" แล้วล่ะค่ะ ^^"

#9 By Beautiful Lie on 2008-05-19 14:40

คราวนี้มาดูปรัชญาจากหนัง ผมชอบ

พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง

ได้ดูสไปเดอร์แมนตอนนี้เหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ลุงของปีเตอร์ พูดกับปีเตอร์ ให้รู้ถึงภาระหน้าที่ที่ต้องทำ (ถ้าจำผิดก็หน้าแตกสิผม) sad smile

#10 By หนึ่ง on 2008-05-19 14:55

จริงๆแล้วผมชอบบทบาทการแสดงที่มีคุณภาพและความทุ่มเทของแม็ตต์ เดม่อนในหนังเรื่องหนึ่งมากกว่าที่จะชื่นชอบที่ตัวแม็ตต์ เดม่อนในฐานะดาราฮอลลีวู้ดโดยตรงน่ะครับ แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงสุดท้ายผมก็ยกให้แม็ตต์เป็นนักแสดงคนโปรดของผมอยู่ดีน่ะแหละsurprised smile

#11 By Ripley on 2008-05-19 15:24

โควทสาระมากๆค่ะ ถูกใจจัง

ชอบที่เอ็มเจพูดกับปีเตอร์จังค่ะ big smile

#12 By [*MissjunE*] on 2008-05-19 15:33

ฉันชอบหลายๆประโยคในหนังหลายเรื่องที่ฉันดู
คนคิดคำพูดพวกนั้นนี่เขาเก่งนะคะ

ป.ล.คุณ Ripley สบายดีนะคะ
ส่วนฉันป่วยๆ หายๆค่ะ ช่วงนี้เหงาน้อยลงแล้ว แต่เปลี่ยนมาเหนื่อยแทน big smile
อากาศเย็นๆหลังฝนตก แล้วจิบกาแฟมาอ่านบล๊อกคุณริบรี่ครั้งนี้แล้วได้สิ่งที่ อร่อยเคล้ากับสมการความคิดได้ดีจริงๆเลยครับ

สนับสนุนให้มีคอลลั่มนี้ต่อไปเรื่อยๆได้ไหมอ่าครับ เพราะมันช่วยเรื่องการมองเห็นได้กว้างขึ้นอีกเยอะเลย

Hot!

#14 By Crozzax on 2008-05-19 16:53

คมจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องแรก หนังดีมากๆ มีโอกาสได้ดูแล้วก็หลงรักแมท มาตั้งแต่บัดนั้นเลย อิอิอิ สบายดีนะคะ
open-mounthed smile open-mounthed smile

#15 By warmness on 2008-05-19 18:34

ดีใจๆครับพี่Ripleyกลับมาอัพบล็อคแล้ว เป้นอย่างไรบ้างครับ หวังว่าคงสบายดีนะครับ ผมสบายดีครับbig smile

ผมเคยดูเรื่องGood Will Hunting นะครับแล้วก็ลืมไปเลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังในดวงใจเลยล่ะครับพี่confused smile

เรื่องสไปเดอร์แมนชอบสุดก็ตอนลุงของพระเอกพูดนั่นเลยล่ะครับ ยิ่งเป็นคำพูดที่พระเอกไม่ใส่ใจในตอนแรกแต่ท้ายสุดกลับเป้นคำที่เขายึดถือและดังก้องในใจเขาเสมอนี่แหละครับ ประทับมากเลยครับ

ส่วนเรื่องสุดท้ายออฟไม่เคยดูเลยล่ะครับพี่Ripley ต้องไปหามาดูบ้างแล้วล่ะครับbig smile

ชอบๆทุกอันเลยล่ะครับพี่Ripleyแปลได้ดีออกนะครับ ออฟชอบครับ สำหรับเอ็นทรี่นี้ขออนุญาตกดดาวให้นะครับ จากใจเลยครับHot! big smile
ขอบคุณนะครับพี่Ripley ไม่เป็นไรๆครับช้าหรือเร็วไม่เป็นไรเลยครับ จะนานครั้งแวะเวียนมาบ้างก็ยังได้ครับbig smile ออฟเชื่อครับเราต่างมีภาระต่างๆทุกคน ยินดีครับที่พี่มาเยี่ยมเยือนเสมอๆเลยล่ะครับbig smile
น่าสนใจมากๆค่ะ

สงสัยนิดหน่อยอ่ะ อันแรกพิมผิืดอ่ะป่าว? coulda??
พิมพ์ไม่ผิดครับ เขาเขียนมาแบบนี้อยู่แล้ว มันเป็นภาษาพูดของวัยรุ่นชาวอเมริกันเขาน่ะครับ เหมือน want to ก็พูดเป็น wanna หรือ got to ก็เป็น gotta น่ะครับ

#19 By Ripley on 2008-05-19 21:11

เยี่ยมไปเลยคับ big smile

#20 By was_in on 2008-05-19 21:35

Quote เจ๋งๆทั้งนั้นเลยครับ พร้อมคำแปลและคำบรรยายเสร็จสรรพ ขอบคุณนะครับ confused smile

ปล.ผมชอบคำพูดเจ๋งๆจากในหนังมากๆเลยล่ะครับ Hot!

#21 By SkyKiD on 2008-05-19 22:14

ืnot unless you grab my ass..

หุๆๆๆๆ ฮาดีนิ

ไม่ได้ดูเรื่องนี้ค่ะ ไม่ถูกกับหนังซึ้งๆเลย

#22 By ongki on 2008-05-19 22:58

เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างเรื่องโลกร้อน เรารู้แล้วว่าจะทำยังไง แต่ไม่ทำ เพราะยึดติดกับอะไรก็ไม่รู้

แค่ตัวเลข แต่รูปธรรม โ"โลกเ"เราจริงๆนี้ละจหายไป!!!

#23 By KC_CRUSH on 2008-05-20 00:14

ของคุณอัลกอร์นี่โดนๆดีครับ
ของ will นี่ เหมือนเป็น Dialog สวยๆ
จริงๆผมยังชอบประโยคอื่นนะ เหมือนตอนที่
คู่หูพูดกับแมทว่า ..

"ฉันจะดีใจ หากพรุ่งนี้ชั้นมารับนาย แล้วนายไม่ออกมา"

เนื่องจากเพื่อนอยากเห็นว่าเพื่อนที่ฉลาด ได้ไปจากเมืองเล็กๆ
แห่งนี้เสียที .. เพื่อไปสู่หนทางที่ดีกว่า สำหรับตน ^-^
แจ่ม cry

#25 By pisces on 2008-05-20 16:58

หนังทุกเรื่อง แฝงด้วยข้อคิดอะไรๆ หลายๆ อย่างนะคะ

ทุกสิ่งทุกอย่างเรียนรู้ได้จากโลกใบนี้ big smile Hot!
Quoteใน Spider-Man ภาคแรก เป็นอะไรที่คลาสสิคมากๆ ติดลมบนไปเรียบร้อย

ถูกหนังนำไปล้อหลายเรื่องเลย big smile

#27 By Bighead on 2008-05-20 18:59

เพิ่งเห็น quote นั้นจาก good will hunting ค่ะ ทั้งๆที่ดูแล้วแต่จำไม่ได้ 555
ตอนดูแอบหลับๆตื่นๆ จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้เลยค่ะ พอเห็น quote เลยตาผึ่ง

#28 By gallantfoal on 2008-05-20 20:41

เก้าอี้ที่ว่างเปล่านั้นมันก็จะเป็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่าอยู่วันยังค่ำ <<เห็นด้วย พันเปอเซนต์ ไม่ว่าจะยังไง มันจะยังว่างเปล่าอยู่แบบนั้น แต่กว่าเราจะยอมรับว่ามันว่างเปล่าได้...อาจใช้เวลา...ถ้าใช้เวลามาก(แบบที่เราเคยใช้)ก็แย่มากหน่อย

เราชอบพวกquoteมากกกๆๆๆเลย
บางทีแค่ไม่กี่ประโยค แต่มันโคตรจะทรงพลัง
:)

#29 By Tabitha Vixx on 2008-05-24 05:25

ครับ แต่งเองหมดเลยครับbig smile
ชอบหลายๆประโยคจากเรื่อง Good will Huntingจังค่ะ

เก็บมาไว้เป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้ตัวเองได้อีกเยอะเลย

ขอบคุณนะคะ double wink surprised smile

#31 By Am not the supersTaR~* on 2008-05-27 15:40

...

ยอดเยี่ยมค่ะ

big smile big smile big smile

Hot!

#32 By กะจิ๋วหลิว on 2008-05-31 09:52

รสชาติยังละมุนเหมือนเดิมนะครับ big smile

Hot!

#33 By แมวร่อน on 2008-06-01 14:17

เป็นเอ็นทรีที่จัดได้สวยมากๆครับเห็นถึงความตั้งใจ
ประโยชน์เด็ดจากหนังยังโดนใจเช่นเคยชอบๆ
ไม่ได้มานาน
ขอให้คอมหายป่วยไวๆนะครับ
แต่ถ้าได้ของใหม่ต้องฉลอง!Hot!
ฉลองได้เลยครับdouble wink

#35 By Ripley on 2008-06-03 08:11

โอ ไม่ได้เข้ามานาน
เข้ามาอีกที่ เห็นพี่ๆเขียนอะไรเยอะแยะเลย^^
ได้แนวคิดเยอะเหมือนกันนะคับจากหนัง=w=
วันนี้แวะกลับมาทักนะคับ มาเล่นexteenต่อแล้วนะงับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเข้ามาอ่านต่อคับ ยาวมั่กๆ ยังอ่านได้ครึ่งเดียวอยู่เลย=o="

#36 By +::MuS|Ca::+ on 2008-06-05 17:36

เสียใจด้วยนะครับเรื่องน้องเหมียว...

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ...big smile

#37 By แมวร่อน on 2008-06-08 18:52

ชอบอันสุดท้ายค่ะ คงคล้าย ๆ กับอะไรที่ว่า บางทีสิ่งที่เรารู้และสัมผัส มันไม่ใช่อย่างที่เราคิด

แวะมาส่งยิ้มค่ะ big smile

#38 By ✿Decies✿ on 2008-06-09 00:01

หายไปเลยเน้อ.....

how's things???
:)

#39 By Tabitha Vixx on 2008-06-26 04:08

เจ้าของบล็อคหายไปนานจัง big smile

#40 By ~ N ~ on 2008-07-06 11:43