Portraits of a Ripley
posted on 23 Feb 2008 10:22 by ripley in Artเดิมผมตั้งใจว่าจะอัพบล็อกสัปดาห์ละ 1 เอนทรี่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วครับ
สาเหตุหนึ่งเพราะปีนี้มีงานค่อนข้างเยอะ ก็เลยทิ้งช่วงแต่ละเอนทรี่นานหน่อย
และปกติผมให้ความสำคัญในการเขียนแต่ละเอนทรี่อยู่แล้วด้วย
ดังนั้นถ้ายังไม่มีเวลาอัพเรื่องที่ดีพอสำหรับจะเก็บบันทึกลงบล็อกตัวเอง
และเพื่อให้คุ้มค่าต่อการสละเวลาเข้ามาเยี่ยมชมของเพื่อนๆ
ผมก็คงจะไม่ปล่อยเอนทรี่ออกมาง่ายๆ
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้ผมไม่ค่อยได้แวะไปเยี่ยมบล็อก
ของคนอื่นบ่อยเหมือนเคยเช่นเดียวกัน
แต่ยังไงก็จะพยายามเข้าไปตามอ่านเอนทรี่ของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆย้อนหลัง
ทุกครั้งที่ผมเข้ามาอัพบล็อกของตัวเอง
ตกลงตามนี้นะครับ
ในช่วงเวลาเกือบ 4 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ผมเริ่มสร้างบล็อกที่นี่
ผมเขียนมาแล้ว 20 เอนทรี่ ซึ่งกว่า 30% มีการแต่งกลอนเป็นองค์ประกอบ
จนมีเพื่อนบางคนให้นิยามบล็อกผมว่าเป็นบล็อกกลอนไปซะแล้ว หุ หุ
ผมไปอ่านเจอก็รู้สึกขำดีเพราะไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้นเลยครับ
จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนเจ้าบทเจ้ากลอนอะไรนักหรอก
(แต่ก็เคยชนะเลิศการประกวดคำขวัญวันแม่ในโรงเรียนมัธยมมาแล้ว แฮ่ๆ)
ความจริงแล้วผมรักการวาดรูปมากกว่า หัดวาดมาตั้งแต่ยังเด็ก
(โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญมาจากพวกหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ซื้อเก็บสะสมไว้กองโต)
ทุกครั้งที่มีดินสอปากกาอยู่ในมือและมีกระดาษอะไรซักแผ่นอยู่ใกล้ๆ
ภายในเวลาไม่ถึงนาทีมันจะต้องเกิดรูปอะไรขึ้นมาซักอย่าง (ซึ่งมักจะเป็นรูปคน)
ตำราเรียนของผมจึงเต็มไปด้วยลายเส้นการ์ตูนและภาพสเก็ตข์ ไม่เว้นแม้แต่่วิชาเลข
เคมี หรือฟิสิกส์ (วิชาไหนครูสอนน่าเบื่อก็จะมีรูปเยอะมากเป็นพิเศษ)
ลามไปถึงบนกระดานดำหน้าห้องเรียน เวลาพักเที่ยง
รวมทั้งบนกระจกหน้ารถที่มีฝุ่นจับเยอะ ซึ่่งผมชอบเอานิ้วปาดเป็นรูปต่างๆ
หมาแมวที่เลี้ยงไว้ก็มักจะได้แว่นตาที่เกิดจากปากกาเคมีอยู่บ่อยๆ (เป็นเอามากนิเรา)
ไม่เคยนับซักทีว่าตลอดชีวิตนี้วาดรูปมาแล้วทั้งหมดกี่พันกี่หมื่นรูป
แต่เท่าที่วาดเป็นชิ้นเป็นอันและยังหลงเหลือมาเข้าเครื่องแสกนสมัยที่มีคอมแล้วนี่
ก็ถือว่ามีอยู่น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่วาดแล้วไม่ได้เก็บเอาไว้เองครับ
แต่ยังไงก็ยังพอจะรวบรวมเอามาอัพได้สักหนึ่งเอนทรี่ล่ะนะ
เอามาลงเป็นกำลังใจให้น้องบางคนได้เห็นว่าคนที่จบสายวิทย์
และไม่เคยเข้าเรียนสถาบันด้านศิลปะใดๆ มาก่อนอย่างผมก็สามารถวาดรูปได้เหมือนกันครับ
ประเดิมด้วยผลงานที่ผมชอบมากที่สุดภาพหนึ่งก็แล้วกัน
รูป Ethan Hawke ภาพนี้วาดมาไม่ต่ำกว่า10ปีแล้ว
วาดด้วยสีน้ำพลาสติก(แบบกระป๋องใหญ่ๆที่เขาใช้ทาสีบ้านนั่นแหละครับ)
บนแผ่นไม้อัดแบบที่เขาใช้ทำกรอบรูปเรซิ่น
จะเห็นได้ว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้วาดภาพนี้ถูกใช้อย่างผิดจุดประสงค์
เพราะไม่ได้เหมาะสำหรับการวาดภาพอะไรเลย
อีกทั้งการวาดภาพคนเหมือนด้วยสีน้ำนั้นถือเป็นเรื่องยาก
เพราะสีน้ำนั้นแห้งเร็ว แห้งแล้วแห้งเลย โอกาสที่จะเกลี่ยสีให้ออกมาจนถูกใจ
โดยเฉพาะจุดยากๆอย่างบริเวณผิวหน้านั้นถือว่าทำได้ยากกว่าสีชนิดอื่นๆ
เทคนิคนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น
อย่างไรก็ตามมันกลับออกมาเป็นผลงานที่ผมภูมิใจมากที่สุดไปได้
รูป Matt Damon ภาพนี้วาดด้วยสีชอล์คครับ
หลายๆคนคงจะเคยเห็นศิลปินวาดภาพเหมือนตามห้างด้วยสีชนิดนี้กันมาแล้ว
สีชอล์คนี่เป็นสีที่ผลิตมาเพื่อการวาดภาพคนเหมือนโดยเฉพาะก็ว่าได้ครับ
เพราะมันให้สีสันสดใส สามารถใช้ปลายนิ้วถูเกลี่ยสีบนกระดาษ(ชนิดพิเศษ ผิวจะมีรูเล็กๆ)
ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ(หรือจนกว่านิ้วจะแสบ)
สีชอล์คมีทั้งชนิดแท่งเหมือนชอล์คเขียนกระดานดำ(แต่แพงกว่ามาก
ราคาแท่งละครึ่งค่อนร้อยบาทเพราะเป็นสีนำเข้าจากต่างประเทศ)
และชนิดแบบแท่งดินสอ(คล้ายสีไม้) ซึ่งต้ิองใช้ร่วมกัน
บริเวณกว้างๆอย่างแบคกราวน์ เสื้อ ผ้า หน้า ผม จะใช้แบบแท่งชอล์คลงก่อน
แล้วตามเก็บรายละเอียดตามจุดเล็กๆเช่นดวงตา คิ้ว ปลายผม ด้วยแบบแท่งดินสอ
งานสีชอล์ก ผมวาดเอาไว้ราวๆ30กว่ารูปเห็นจะได้ครับ น่าเสียดายทีแทบไม่ได้เก็บเอาไว้เลย
ส่วนใหญ่จะวาดสีชอล์กเวลาที่มีคนมาจ้างเท่านั้นครับ เพราะอุปกรณ์ค่อนข้างแพงและหายาก
(ที่จริงแล้วขี้เกียจมากกว่า)
แต่กว่าที่จะสามารถลงสีได้แบบที่เห็น ผมต้องผ่านการฝึกฝนโดยการสเก็ตช์ภาพด้วยดินสอมาเยอะ
รูป Keanu Reeves ภาพนี้มีอายุ 15-16 ปี แล้ว (แก่กว่าใครที่กำลังอ่านเอนทรี่นี้บางคนรึเปล่าเอ่ย)
ผมวาดด้วยดินสอ 6B บนสมุดวาดเขียนแบบถูกๆ ผิวหยาบๆ
สภาพจริงมีรอยจุดเหลืองขึ้นเต็มกระดาษหมดแล้วครับตามอายุขัย
แต่เอามาบูรณะจนดูเหมือนใหม่ด้วยโฟโต้ฉอบ

ภาพนี้วาดส่งไปลงคอลัมน์ Staedtler Art Club (หรือ Art Squareสมัยก่อน)ในนิตยสาร Starpics
ซึ่งเป็นเวทีที่ผมใช้วาดรูปส่งไปเพื่อนำคำแนะนำที่ได้มาปรับปรุงฝีมือตัวเองอยู่หลายปี
เดี๋ยวนี้ไม่ได้ส่งไปร่วมสนุกมานานมากแล้ว คิดถึงจัง ไม่รู้ว่ายังมีคอลัมน์นี้อยู่รึเปล่าหนอ
รูปมารายห์ภาพนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ถูกใจผมหรอกครับ วาดหลายปีแล้วเหมือนกัน
แต่ก็เอามาลงเดี๋ยวจะสงสัยว่าทำไมมีแต่รูปผู้ชายให้ดู ..หุ หุ...
ที่จริงแล้วผมเริ่มต้นหัดวาดภาพคนเหมือนด้วยรูปผู้หญิงนะครับ
บรู้ค ชีลด์ส นี่เป็นนางแบบขาประจำที่ผมวาดบ่อยมาก
ชนิดที่หลับตาวาดก็ยังดูเหมือนบรู้คเลย(เว่อรฺ์ไปปล่าว)
การวาดรูปผู้หญิงกับรูปผู้ชายก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมากครับ
ขอแค่จับอารมณ์ของต้นแบบออกมาให้ได้ก็พอ
Matt ภาพนี้วาดเล่นๆด้วยปากกาหมึกซึม เป็นภาพสเก็ตช์แบบง่ายๆ ยังดูไม่เนี้ยบเท่าไหร่
แต่เอามาลงให้ดูเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นธรรมชาติของภาพที่วาดด้วยดินสอกับปากกา
ภาพสเก็ตช์ด้วยปากกาเหมาะสำหรับคนที่มีความมั่นใจสูง
เพราะปากกาลบไม่ได้เหมือนดินสอ ลายเส้นที่ลงนั้นจึงต้องมีความเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย
และมีความแม่นยำในเรื่องของสัดส่วน จึงเป็นงานที่สนุกและท้าทายครับ
ภาพสเก็ตช์จากปากกาจะมีความเฉียบคมหนักแน่นแต่้จะไม่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลเท่ากับดินสอ
รูปนี้เป็นภาพสเก็ตช์ด้วยดินสอภาพล่าสุด กระนั้นก็ยังเป็นภาพที่วาดตั้งแต่ปีที่แล้ว
นายแบบชื่อแดนนี่ เป็นเด็กเขมรที่เกิดและเติบโตที่สหรัฐ เป็นเพื่อนแชตคนหนึ่่งของผมเอง
มุมเงยเป็นมุมที่วาดยากเพราะมีเรื่องของ perspective เข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่อีตาแดนนี่ภาพนี้ทั้งเงยทั้งเอียงหน้า ถ้าไม่แม่นเรื่อง anatomy
มีสิทธิ์วาดผิดสัดส่วนได้ง่ายๆเลยครับ
ซึ่งภาพนี้กว่าจะออกมาได้แบบนี้ก็ผ่านการตัดแต่งทางพันธุกรรมด้วยโฟโต้ฉอบมาหลายรอบ
ขอบคุณพระเจ้าที่มีโปรแกรมนี้อยู่ในโลก !

ภาพสุดท้ายนี้วาดในคอมล้วนๆด้วยโปรแกรม Illustrator
แล้วมาตกแต่งต่อจนเสร็จสมบูรณ์ที่โฟโต้ฉอบ
คนที่เก่งอิลลัสก็อาจจะสามารถทำให้เสร็จที่โปรแกรมเดียวก็ได้
แต่สำหรับผมคงต้องพึ่งพาโฟโต้ฉอบต่อไปอีกนานแหละครับ
การวาดรูปด้วยคอมดีหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือสามารถนำงานมาแก้ไขเพิ่มเติมได้ทุกเมื่อ
ตัวผมเองก็คงมีแนวโน้มว่าจะหันมาวาดภาพด้วยคอมมากขึ้น
แต่ก็จะพยายามไม่ทิ้งงาน drawing ด้วยดินสอ
เพราะนั่นเป็นพื้นฐานสำคัญของการวาดรูปทุกชนิดครับ
การวาดภาพ portrait หรือภาพคนเหมือนนั้น จุดสำคัญคือต้องวาดให้เหมือนต้นแบบ
ใครไม่แม่นเรื่องสัดส่วนก็ใช้การตีสเกลช่วยไปก่อนก็ได้
แต่สำหรับผมคงจะหากินด้วยงานแขนงนี้ไม่ได้หรอกครับ
เพราะเบื่อกับการต้องมานั่งระวังเรื่องความเหมือน
ทำให้รู้สึกว่าขาดอิสระในเรื่องความคิดสร้างสรรค์
กว่าจะวาดได้แต่ละรูปจึงมักใช้เวลาเกือบเดือน (นานสุดเคยถึง2ปี)
เพราะต้องรออารมณ์ศิลปินเกิดก่อน ซึ่งก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
ดังนั้นจะเน้นวาดภาพ portrait เพื่อความพอใจส่วนตัวมากกว่าครับ
อดให้ไม่ได้ครับ 
เลยสร้างงานใหม่ๆที่สวยๆไม่ได้มากนัก
สุดยอดเลยค่ะ เก่งมากๆ ชื่นชมงาน Portraits มากๆเลยล่ะค่ะ เราคิดว่าเป็นอะไรที่ยากน๊า (สำหรับเราน่ะค่ะ ฮ่ะๆ) ที่พอทำได้มีแต่การดราฟจากอิลลัสนี่แหระค่ะ แต่ให้จ้องแล้ววาดๆนี่ไม่ไหวเลยอ๊า คุฯ Ripley สุดยอดดด จากที่ได้เห็นในการ์ด ก็เข้าใจว่าคุณ Ripley ต้องเก่งด้านนี้อยู่แล้วว

สวยค่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง เพราะไม่ได้จบศิลปะจากไหนมาเหมือนกัน
#1 By sjtree on 2008-02-23 10:45