ปรัชญาชีวิตของ Bernard Meltzer

posted on 22 Jan 2008 22:16 by ripley  in Quote

'สุภาษิต' เป็นประโยคสั้นๆ

ที่มีพื้นฐานจากประสบการณ์ยาวๆ


นี่เป็นหนึ่งในหลากหลายคำคมเด็ดๆของ Bernard Meltzer(1917-1998)

ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้นและยาวนานมากพอที่หากคุณได้รับรู้แล้วก็จะไม่แปลกใจเลย

ว่าทำไมสุภาษิตที่เปี่ยมไปด้วยสัจจธรรม ที่ทั้งอบอุ่น คมคาย แพรวพราวไปด้วยอารมณ์ขัน

และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านมาแล้วทั่วโลก ซึ่งผมกำลังจะนำเสนอในเอนทรี่นี้นั้น

ล้วนแล้วแต่มาจากริมฝีปากของท่านผู้นี้ทั้งสิ้น้ี

ฺำ

 

Bernard Meltzer เกิดและเติบโตมาในถิ่นสลัมของครอบครัวชาวยิวที่อัตคัดขัดสนในแมนฮ้ตตั้น

ครอบครัวของเขาทั้ง 6 คน ประกอบด้วยพ่อผู้เป็นคนขายแรงงานเร่ร่อนตามโรงงานต่างๆ

แม่ผู้ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้ลูกๆทุกคนท้องอิ่ม รวมทั้งพี่สาว 2 คน และน้องขายอีก 1 คน

ทั้งหมดอาศัยอยู่รวมกันในห้องแคบๆบนชั้น4ของอพาตเม้นท์เก่าๆ ที่ทั้งชั้นมีห้องน้ำเพียงห้องเดียว

ทุกๆเช้าทุกคนจะรีบวิ่งแข่งกับครอบครัวชาวยิวอีก5ครอบครัวเพื่อที่จะได้อยู่หัวแถวที่มีคิวยาวเหยียด

 

 

ในสมัยเด็กเขามีปัญหาในเรื่องของการอ่าน (อันเนื่องมาจากพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้าผิดปกติ)

ทำให้เขาถูกครูสั่งให้แยกไปนั่งที่มุมห้องแล้วสวมหมวกที่เขียนคำว่า "อ้ายทึ่ม" ไว้บนหัว

เขาพยายามแก้ปัญหาที่น่าอับอายนี้ด้วยการวิ่งไปที่ห้องสมุดเกือบทุกครั้งที่ถึงเวลาพักเที่ยง

คว้าหนังสือพวกบทกวีนิพนธ์ต่างๆขึ้นไปตะโกนอ่านดังๆบนห้องใต้หลังคาบนชั้นสามเพียงลำพัง

พร้อมกับออกท่าทางราวกับนักแสดงละครของเช็กสเปียร์ผู้เจนเวที เขาทำแบบนั้นอยู่หลายปี

ซึ่งเป็นวิธีการที่เขาเรียกว่า"การเปลี่ยนสิ่งที่เป็นปัญหาให้เป็นทรัพย์สิน"

ในระหว่างนี้เขาไม่เพียงแต่พัฒนาความสามารถในการอ่าน

แต่ยังเกิดความรักและซาบซึ้งในบทกวีซึ่งได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเขาไปตลอดชีวิตอีกด้วย

ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ จากที่ถูกเรียกว่าอ้ายทึ่มในสมัยชั้นประถมตอนต้น

เขาเปลี่ยนมาเป็นนักเรียนระดับธรรมดาในชั้นประถมตอนปลาย

พอขึ้นชั้นมัธยม ความสามารถทางการอ่านของเขาสูงกว่าระดับเฉลี่ยของนักเรียนทั่วไป

และสามารถสอบเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา

 

 

ในช่วงที่เป็นเด็กวัยรุ่น แม้ว่าเขาจะได้การยอมรับให้เป็นหัวหน้าของแก้งค์

ที่เจ๋งที่สุดในละแวกที่ระยำที่สุดของเมืองก็ตาม แต่เขาก็ยังเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวในระดับสูง

ทุกครั้งที่พาแก้งค์แอบมุดเข้าไปในโรงหนัง เขาจะค่อยๆแยกตัวออกมานั่งห่างไกลจากกลุ่มคน

เพื่อไม่ให้ลูกน้องมาเห็นน้ำตาของเขาซึ่งมักจะไหลนองหน้าทุกครั้งเมื่อเวลาถึงฉากสะเทือนใจ

 

 

เมื่อจบการศึกษา เขาเริ่มทำงานด้านวิศวกรรมโยธา เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง การก่อสร้าง

อาคารที่ดิน ซึ่งในขณะที่เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ยังคงทำงานเป็นวิศวกรไปจนตลอดชีวิต

Meltzer ขยับขยายไปทำงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร การประมูล

การบรรยาย และการศึกษา(เป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง)

เป็นนักจัดรายการวิทยุชั้นนำของอเมริกาอยู่หลายสิบปีที่มีเรตติ้งสูงสุดคือราวห้าล้านคนต่อสัปดาห์

ซึ่งผู้ฟังสามารถโทรศัพท์มาปรึกษาได้ภายใต้รายการสดที่ชื่อ "What's Your Problem?"

แม้ในช่วงท้ายของชีวิตเขาจะป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน แต่เขาก็ยังคงมาแบ่งปันปรัชญาชีวิต

เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนนับล้านๆทางรายการวิทยุแห่งนี้ต่อไปอีกถึง 5 ปี

จนกระทั่งเสียชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องน่าทึ่งนี้ในวัย 81 ปี

 

 

ก่อนที่จะถึงวาทะเด็ดๆ ของ Meltzer ที่ผมได้รวบรวมมาแบ่งปันให้เพื่อนๆชาวบล็อกได้อ่านกันนั้น

อยากจะชี้ให้เห็นถึงข้อที่น่าสังเกตซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวาทะของ Meltzer ซักหน่อย นั่นคือ

วาทะส่วนใหญ่ของเขานั้นจะไม่ใช้ถ้อยคำที่แสดงถึงความหมายที่ต้องการจะสื่ออย่างตรงๆทื่อๆ

แต่เขามักจะหยิบยกเอาเรื่องธรรมดาทั่วไปมาอุปมาอุปมัยให้คนฟังได้ฉุกคิดและค้นหาปรัชญา

ที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำเหล่านั้นด้วยตัวเอง

หนึ่งในวาทะของเขาที่ผมชอบมากก็คือ "..เต่าเดินก้าวหน้า ตอนที่มันยื่นหัวออกจากกระดอง.."

ซึ่งผมได้เขียนประโยคนี้ติดป้ายเอาไว้เตือนใจในสวนหย่อมข้างบ้าน

ต่อมามีคุณหมอท่านหนึ่งผ่านมาเห็นเข้าแล้วไม่เข้าใจ จึงได้ถามความหมายจากผม

(หรือเขาอาจจะเข้าใจ แต่แกล้งมาลองภูมิผมรึเปล่าก็ไม่รู้)

ผมจึงได้อธิบายตามความเข้าใจของตนเองไปว่า "เวลาที่เต่ากลัวอะไรสักอย่าง

มันจะหดหัวหดหางอยู่ในกระดองนิ่งๆ ไม่ขยับตัวเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น

ดังนั้นเต่าจึงต้องขจัดความกลัวให้ได้เสียก่อนเพื่อที่จะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้

ซึ่งเปรียบได้กับคนเราที่ย่อมไม่สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้หากปราศจากซึ่งความกล้าหาญ.."


 

เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้ค้นหาปรัชญาชีวิตดีๆ จากวาทะเด็ดๆของ Meltzer กันบ้าง

อยากรู้จังว่าวาทะไหนจะโดนใจคุณมากที่สุด และคุณได้ค้นพบอะไรบ้างจากวาทะนั้น?

ขอให้สนุกกันนะครับ

 

 

ความแตกต่าง...

ระหว่างหินขวางทาง

กับหินขั้นบันได

...อยู่ที่วิธีการใช้

 

 

 

 

ความผิดพลาด...


เป็นธรรมดาของมนุษย์

แต่เมื่อคุณพบว่า

ยางลบมันสึกหมดก่อนดินสอ

คุณก็จะไม่ทำผิดอีก

 

 

 

อย่าวิตก...

เพียงเพราะว่ามีบางคนเลียนแบบอย่างคุณ

ตราบใดที่เขายังตามรอยคุณอยู่

เขาก็ไม่อาจล้ำหน้าคุณไปได้

 

 

 

 

บทเรียนทางเศรษฐศาสตร์

ระยะฟื้นตัวคือ... ตอนเพื่อนบ้านของคุณตกงาน

ระยะตกต่ำคือ... ตอนคุณตกงาน

ระยะโกลาหลคือ... ตอนภรรยาคุณตกงาน

 

 

 

 

คนที่ทำงานด้วยมือ เราเรียกว่า ช่าง

คนที่ทำงานด้วยสมองเราเรียกว่า ปัญญาชน

คนที่ทำงานด้วยมือและสมอง รวมกับหัวใจ

เราเรียกว่า ศิลปิน

 

 

 

 


ผมไม่อาจให้สูตรแห่งความสำเร็จแก่คุณได้

แต่ผมมั่นใจว่า

ผมสามารถให้สูตรแห่งความล้มเหลวได้

มันเป็นอย่างนี้...

"พยายามเอาใจทุกคน"

 

 


 

ขณะที่คุณเป็นอยู่เดี๋ยวนี้

ผมก็เคยเป็นมาก่อน

ขณะที่ผมเป็นอยู่เดี๋ยวนี้

สักวันคุณอาจเป็นบ้าง

 

 

 

 

คุณไม่อาจอยู่เหนือโลกได้

หากคุณแบกโลกไว้บนบ่า

 

 

 

 

 

ความโชคดี

อยู่ในจุดที่..

'การเตรียมพร้อม' พบกับ 'โอกาส'

 

 

 

 

จงจำไว้...

ต้นโอ๊กมหึมาในวันนี้

เป็นเพียงเมล็ดน้อยๆเมื่อวันวาน

...ที่ปักต้นให้ยึดติดกับพื้นมั่น

 

 

 

 

พึงตระหนักว่า...

เต่าเดินก้าวหน้า

ในยามที่มัน

...ยื่นหัวจากกระดอง

 

 

 

 

ความกังวล...

ช่างเหมือนเก้าอี้โยก

มันให้คุณทำอะไรบางอย่าง

แต่ว่าคุณ...

ไม่ได้ไปถึงที่ไหนเลย

 

 

 

 

เรือที่จอดทอดสมออยู่ในอ่าวนั้น..

ปลอดภัย

แต่..

เรือหาได้สร้างมาเพื่อการนี้ไม่


 

 

 

อาจไม่มีเครื่องบินหรือรถยนต์

หรือบ้านก็ไม่อาจติดดวงไฟ

เราคงยังอาศัยอยู่ในถ้ำที่หนาวเหน็บและเปียกแฉะ

ถ้าโลกถูกปกครองด้วยคนที่กล่าวเพียงว่า

"ทำไม่ได้"

 

 


 

ปู่ของผมเคยกล่าวว่า...


คนเราควรดำรงชีวิตอยู่

เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาตาย

แม้แต่สัปเหร่อก็ยังเศร้า

เมื่อเห็นเขาจากไป

 

 

 

 

ไม่มีทางใดที่จะบริหารหัวใจของคุณ

ได้ดีเท่า...

โน้มตัวลงไป

แล้วช่วยยกใครสักคนขึ้นมา

 

 

 

 

วิธีที่ดีที่สุดในการมีเพื่อนดีๆสักคนหนึ่ง

คือ.. ตัวเองต้องเป็น

เพื่อนที่ดีก่อน

 

 

 

 

 

ถ้าชีวิตยื่นมะนาวให้คุณ...

อย่าคร่ำครวญโศกาอาลัย

ให้ใช้มันทำน้ำมะนาว

 

 

 

 

เวลาแห่งความพยายามวันนี้

ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า

จะกลายเป็น

"วันเก่าๆ อันแสนงดงาม"

 

 

 

 

ความแตกต่างอันแท้จริงระหว่าง...

ผู้มองโลกในแง่ร้าย กับ ผู้มองโลกในแง่ดี คือ

ผู้มองโลกแง่ร้ายเห็นโอกาสแล้วก็เห็นความยากลำบากด้วย

ผู้มองโลกแง่ดี เห็นความยากลำบากเดียวกันแล้วก็เห็นโอกาสด้วย

 

 

 

 

ความโกลาหล ย่อมเกิดขึ้น...

เมื่อสุภาพสตรีท่านหนึ่งขับรถแล้วประสงค์จะเลี้ยวซ้าย

แต่รถอยู่ช่องขวาสุดของถนน

ความตื่นเต้น ย่อมเกิดขึ้น...

เมื่อหญิงสองคนกำลังเล่าความลับสู่กันฟัง

เสียงเซ็งแซ่ ย่อมเกิดขึ้น...

เมื่อหญิงสามคนอยู่ที่เค้าน์เตอร์ของลดราคาพร้อมกัน

ความวุ่นวาย ย่อมเกิดขึ้น...

เมื่อหญิงสี่คนแย่งกันจ่ายค่าอาหารกลางวัน

 

 

 

 

ลิ้นที่ตวัดหละหลวม

มักทำให้คุณ

ไปอยู่ในที่.. แน่นทึบ

 

 

 

 

งานยาก มักเป็น..

งานง่ายที่คุณ

ไม่ได้ทำในเวลาที่สมควร


 

 

 

การสูงอายุขึ้น

ไม่เลวร้ายนักหรอก

เมื่อคุณรู้สำนึก

แห่งความเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

นี่เป็นนิทานเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในสงครามกลางเมือง

กองทัพของฝ่ายเหนือกับกองกำลังของฝ่ายสหพันธ์เคลื่อนพลเข้าหากัน

ชายผู้หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นต้องการอยู่อย่างปลอดภัย

เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสงครามอันเลวร้าย

เขาสาบานว่าจะอยู่อย่างเป็นกลาง

ดังนั้นเขาจึงสวมกางเกงของฝ่ายสหพันธ์

และเสื้อของฝ่ายเหนือ

วันต่อมา.. ผู้คนพบเขา

ถูกกระสุนของฝ่ายสหพันธ์ที่หน้าอก

และกระสุนของฝ่ายเหนือที่ก้นกบ

 

 

 

 

เราอาจให้โดยปราศจากความรัก

แต่เราไำม่อาจรักโดยปราศจากการให้

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เนื้อหาคมคาย มากๆครับผมชอบเอ็นทรีนี้มากเลย
ตอนนี้ผมก็จด คำคมลงบันทึกใน ไดอะรี่ส่วนตัวเรียบร้อยครับ
ผมชอบชิ้นนี้ครับ
ความกังวล...ช่างเหมือนเก้าอี้โยกมันให้คุณทำอะไรบางอย่าง
แต่ว่าคุณ...ไม่ได้ไปถึงที่ไหนเลย
แต่สำหรับผม ผมมักใช้เก้าอี้โยกให้เป็นประโยชน์ครับ
ยิ่งเราพยายามโยกมากเท่าไหร่เรายิ่งพุ่งไปไกลเท่านั้น
Hot! confused smile confused smile
"เพียงเพราะว่ามีบางคนเลียนแบบอย่างคุณ

ตราบใดที่เขายังตามรอยคุณอยู่

เขาก็ไม่อาจล้ำหน้าคุณไปได้"

ผมชอบอันนี้จัง คมดีครับ

entry ดีๆ อย่างนี้เห็นควรให้ขึ้น hot post

Hot! big smile

#2 By Art VS. Ying on 2008-01-23 00:55

ระวังเก้าอี้โยกของคุณจะพังก่อนนะครับคุณเล็ก หุๆ confused smile

ขอบคุณครับคุณArt หวังว่าคงจะมีคนเลี้ยนแบบคุณเยอะๆนะครับ เพราะนั่นหมายถึงคุณต้องมีอะไรดีบางอย่างdouble wink

#3 By Ripley on 2008-01-23 01:45


เลือกยากจังค่ะ ชอบหลายอันเลย ขอไม่เลือกได้ไหมคะsad smile
แต่บางข้อความเคยอ่านผ่านตามาก่อนแล้วจากหนังสือบางเล่ม แต่หนังสือเล่มนั้นไม่ได้ลงเครดิตคนพูดเอาไว้Hot!
เราอาจให้โดยปราศจากความรัก แต่เราไำม่อาจรักโดยปราศจากการให้

#5 By VAR on 2008-01-23 11:10

หลายๆข้อความเคยผ่านตามาบ้าง แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเป็นของบุคคลผู้นี้ครับ ขอบคุณพี่ Ripley ที่นำรวบรวมมาให้อ่านนะครับ Hot!
ชอบคำคมเรื่องเต่ามากที่สุดแล้วล่ะครับ เพราะมันตรงใจสำหรับตอนนี้ที่สุดแล้วล่ะครับbig smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

แปะดาวค่ะ big smile

แต่คนแบบฉันได้อ่านอะไรดี ๆ ไม่เคยเข้านั่งอยู่ในใจเลยค่ะ สิ่งที่จะเข้าได้ ก็คือคนที่พบเห็นรอบ ๆ ด้าน ดูที่การกระทำ ศึกษาอยู่ตรงนี้ มันจะเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจอีกทางนึงค่ะ ก็อย่างว่าล่ะนะคะ คนมีวิธีที่แตกต่าง และมีหลายประเภทจริง ๆ

เชื่อว่าคนที่ไต่มาจากฐาน จะเป็นคนที่เข้าใจโลกได้ดีและน่าชื่นชมอย่าง Bernard Meltzer ค่ะ

big smile big smile big smile

คุณ ripley เข้มแข็งและมีพลังทุกวันนะคะ big smile

#7 By tungmay on 2008-01-23 15:22

คมดีจริงๆ ครับ ...

ให้ข้อคิดหลายอย่างเลยด้วย ... Hot!

#8 By DynamoZero on 2008-01-23 18:13

ถ้าชีวิตยื่นมะนาวให้คุณ...

อย่าคร่ำครวญโศกาอาลัย

ให้ใช้มันทำน้ำมะนาว


ชอบตรงนี้ค่ะ big smile

เท่มากๆค่ะ อ่านแล้วคิดถึง ฟอเรสท์ กัมพ์
เมื่อคิดได้แบบนี้ชีวิตก็คงมีแต่ความสุข big smile

แล้วจะไม่ให้ดาวได้อย่างไรกัน Hot!

#9 By ire_u on 2008-01-23 18:18

กรี๊ด ชอบมากกกค่ะ

เป็นคนชอบอ่านคำคมอยู่แล้วด้วย ให้แง่คิดดีจังเลย

ชอบหลายอันค่ะ ติดใจตั้งแต่อันแรกแล้ว

วันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ..ได้อ่านแล้วก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ

อ่านประวัติของชายผู้นี้แล้ว..คงไม่มีคำไหนจะบอกนอกคำว่าเขาช่างสุดยอดจริงๆค่ะ

#10 By vinn* on 2008-01-23 19:59

คมมากๆเลยครับ ชอบครับ cry Hot!

#11 By SkyKiD on 2008-01-23 21:46

สุดยอดดดดด เลยครับ

เจ๋งตั้งแต่อันแรก

คำคม คือคำสั้นๆ
ที่เกิดจากประสบการณ์อันยาวนาน
ผมควรจะไปเป็นหมอดู

เมื่อคืนเข้ามาอ่าน แล้ว comment ไปว่า entry นี้ควรได้ขึ้น hot post

วันนี้ได้ขึ้นจริงๆ !

เป็นกำลังใจให้เขียน entry ดีๆต่อไปครับ
big smile

#13 By Art VS. Ying on 2008-01-23 21:56

เวลาแห่งความพยายามวันนี้

ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า

จะกลายเป็น

"วันเก่าๆ อันแสนงดงาม"


อ่านแล้วน้ำตาจะซึม เพราะเผลอนึกน้อยอย่างที่ว่า....

เจ๋งทุกอันเลย
ขอบคุณมาก ๆ

#14 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-01-23 22:19

ชอบทุกประโยคเลยค่ะ
อ่านแล้วให้ข้อคิดที่คมคายมาก
ลึกซึ้ง แม้เป็นเพียงคำพูดสั้นๆ

ชอบๆค่ะ


confused smile confused smile confused smile
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
ชอบค่ะ มีแต่ข้อความดีๆ ทั้งนั้นเลย Hot!

ว่าแต่ว่า คุณครูของเขาใจร้ายจัง

#16 By GroovyBee on 2008-01-23 23:07

เยี่ยมมากๆเลยๆconfused smile confused smile

#17 By wesong on 2008-01-23 23:29

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ครับ
หวังว่าอย่างน้อยคงจะได้ปรัชญาชีวิตดีๆ
กลับบล็อกกันไม่มากก็น้อยนะครับ

คุณArtคุณควรจะไปเป็นหมอดูจริงๆด้วย..ฟันธง!double wink

#18 By Ripley on 2008-01-24 00:49

คุณไม่อาจยืนอยู่เหนือโลกได้ หากคุณแบกโลกไว้บนบ่า

big smile

วางไว้แล้วกระโดดข้ามมันไปดีที่สุด(มั้ง)

ชอบทุกคำสอนเลยค่ะ อยากให้รัฐบาลไทยมีทัศนคติแบบ
นี้บ้างจัง

big smile

#19 By ongki on 2008-01-24 10:51

"ความผิดพลาดเป็นธรรมดาของมนุษย์
แต่เมื่อคุณพบว่า ยางลบมันสึกหมดก่อนดินสอ
คุณก็จะไม่ทำมันผิดอีก"

ชอบประโยคนี้จัง เพราะเป็นคนชอบทำอะไรผิดพลาดอยู่บ่อยๆ
ซึ่งทุกวันนี้บางเรื่องก็พยายามลบ (แต่ว่ายางลบหมดไป
กว่า 10 ก้อนแล้ว แฮะแฮะ ) sad smile
ขอบคุณที่นำ entry ดีๆ แบบนี้มาเผยแพร่จ้า
surprised smile

#20 By poppo on 2008-01-24 10:58

สุภาษิต คำคม ให้ข้อคิดและกำลังใจดีทุกบทเลยครับ
แต่ผมชอบการต่อสู้และให้กำลังใจกับตัวเองของเค้า
จนประสบความสำเร็จในชีวิต
ทั้ง ๆ ที่เริ่มจากติดลบ (ไม่ใช่ เริ่มจากศูนย์)
นี่แหละครับ ความพยายามและความสำเร็จอยู่คู่กันเสมอ
เพียงแต่ว่า คุณพยายามอย่างสุดกำลังหรือยังล่ะ
ขอให้กำลังทุกคนที่กำลังพยายามอยู่น๊ะครับ
รวมทั้งน้อง Ripley ที่เป็นเจ้าของเอนทรี่นี้ด้วย

#21 By โกวังมู๋ (203.150.235.220) on 2008-01-24 11:52

Hot! Hot! Hot!

#22 By จิปาถะ on 2008-01-24 13:25

เข้ามาอ่านปรัชญาชีวิตดี ๆ เพื่อเป็นกำลังใจ ในขณะที่กำลังทำงานอยู่ค่ะbig smile

#23 By sjtree on 2008-01-24 16:02

....อ่านๆดูแล้ว มันทำให้ผมเรียนรู้ที่จะคิดนะ...

#24 By POR in PARLOR' on 2008-01-24 22:06

แหม น่าคิดทุกอันจนเลือกไม่ถูกเลยค่ะ confused smile
แต่แอบถูกใจ...อันสุดท้าย

ได้แง่คิดจากการอ่านหลายอย่างเลยค่ะ..
แอบสะดุ้งตอนที่อ่านถึง
.. งานที่ยากมักเป็นงานง่ายที่คุณไม่ได้ทำในเวลาที่สมควร ..
ฉึกๆๆๆ
sad smile
ไม่รู้ว่าจะชอบละครเวทีหรือเปล่า ถ้าว่างขอเชิญนะครับ

#26 By on box on 2008-01-24 23:05

อย่างเจ๋งครับ confused smile Hot!

#27 By วาซาบิ on 2008-01-25 14:44

ผมอ่านประวัติของท่านคนนี้ เบอร์นาร์ด เมลเซอร์ (ถ้าอ่านผิดขออภัยครับ ไม่ได้หาข้อมูลมาอีกเหมือนเดิม)

ผมขนลุก เมื่อได้อ่านประวัติ และไม่เข้าใจว่าทำไมครู คนที่สั่งให้เขาเขียนข้อความแบบนั้น ผมว่าเด็กนักเรียนถึงจะเรียนช้า หรือสมองช้ากว่าเพื่อน แต่ครูไม่ควรทำให้เด็กอับอายเพื่อนๆ แบบนี้ และเป็นการตอกย้ำปมด้อยของเด็ก แต่ถ้าคนมองในแง่ดี ก็อาจจะมองว่านั่นเป็นพลังที่ทำให้เขาลุกขึ้นสู้ และลบคำสบประมาทนั้น มาถึงตรงนี้ผมพอจะนึกปรัชญาชีวิตได้อย่างหนึ่ง

ไม่มีใครไปถึงดวงดาวได้โดย ปราศจากมือที่เปื้อนโคลน

แต่ยังไงผมก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของครูคนนั้น

สำหรับปรัชญาที่อ่านในเอ็นทรี่นี้แล้วชอบที่สุด คงเป็นนิทานในตอนจบ มันให้ข้อคิดอะไรดีเหมือนกัน

#28 By Dream-Box on 2008-01-25 18:48

"ขณะที่คุณเป็นอยู่เดี๋ยวนี้
ผมก็เคยเป็นมาก่อน
ขณะที่ผมเป็นอยู่เดี๋ยวนี้
สักวันคุณอาจเป็นบ้าง"

"ปู่ของผมเคยกล่าวว่า...
คนเราควรดำรงชีวิตอยู่
เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาตาย
แม้แต่สัปเหร่อก็ยังเศร้า
เมื่อเห็นเขาจากไป"

บางส่วนเคยได้ยินมาบ้าง เพราะโดยส่วนตัวก็ชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน
ขอบคุณค่ะ ที่รวบรวมมาให้อ่าน big smile

#29 By vanish on 2008-01-25 22:27

ตอบคุณDreambox...
ผมก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครูของเขาทำครับ
บางทีครูคนนั้นคงจะไม่รู้ว่าที่คุณเมลท์เซอร์
อ่านหนังสือไม่ค่อยได้เป็นเพราะความปกติทางสมอง
อาจจะนึกว่าขี้เกียจอะไรมั้งครับ
แต่สุดท้ายมันก็เป็นแรงผลักดันให้เขาเอาชนะอุปสรรคมาได้

#30 By Ripley on 2008-01-25 23:04

"งานยากมักเป็น งานง่ายที่คุณ ไม่ได้ทำในเวลาที่สมควร" ชอบประโยคนี้ค่ะ อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้วุ่น ๆ หลายเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียน ...หลาย ๆ ครั้งที่คิดว่าทำไมนะ สิ่งที่ทำอยู่มันติดขัดเสียจริง แต่พอถึงช่วงเวลาหนึ่งมันก็ผ่านพ้นไปได้ และหลาย ๆ ครั้งเราเองก็รู้สึกว่า ..ทำไมนะ ตอนนั้นไม่ตั้งใจทำให้มากกว่านี้ ..คล้าย ๆ กับเพิ่งจะมาคิดได้เมื่อเลยเวลาอันสมควรไปแล้ว ..ก้อยเชื่อว่าทุก ๆ อย่างมันย่อมมีเวลาอันสมควรในตัวของมันเอง .. อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นมันหรือไม่ surprised smile

#31 By ✿Decies✿ on 2008-01-26 01:48

ความรักทำให้คนเป็นกวี ความทุกข์ทำให้คนเป็นปรัชญาครับ
ผมว่า ความทุกข์ก็เป็นข้อดีอย่างนึง
ผมเคยอ่านเจอ
หน้าที่ของวรรณกรรมเด็ก คือต้องให้เด็กรู้จักฝันร้าย
เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงร้ายยิ่งกว่า พวกเค้าถึงต้อง
เตรียมความพร้อมครับ
นี่มั่งครับที่คุณครูคนนั้นมอบสิ่งท่ีมีค่าให้ Bernard Meltzer
พอผมนึกย้อนอดีตของตัวเอง ผมจำได้แต่ฝันร้ายเหมือนกันครับที่ทำให้ผมเป็นผมทุกวันนี้
มาตอบเป็นการส่วนตัวครับ ประมาณ รถยารีส ครึ่งคันครับ....

Hot!
ชอบความคิดนี้จังเลยครับ..

"หน้าที่ของวรรณกรรมเด็ก คือต้องให้เด็กรู้จักฝันร้าย
เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงร้ายยิ่งกว่า พวกเค้าถึงต้องเตรียมความพร้อม"

เด็กเหมือนผ้าขาว ที่จะเปลี่ยนไปเป็นสีต่างๆตามสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา
ครูที่มีเจตนาดีแม้บางครั้งอาจให้บทเรียนที่สร้างความเจ็บปวด
แก่เด็กบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องดีครับ
แต่หลายครั้งครูบางคนก็ทำไปเพื่อความสะใจส่วนตัวที่ไม่คำนึงถึง
ผลกระทบที่จะตามมาในจิตใจของเด็กไปจนตาย
ดังนั้นการที่จะเป็นครูจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายนั้น
ครูจึงมีเงินเดือนสูงกว่าอาชีพที่ทำเงินอื่นๆเสียอีก

อืม..ไม่นึกเลยว่าเรื่องครูของคุณเมลท์เซอร์จะกลายเป็นประเด็นที่
ถูกพูดถึงมากที่สุดในเอนทรี่นี้ มากกว่าเรื่องคำคมของเขาเองเสียอีก เหอๆ...
sad smile

ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบ เข้าใจแล้วว่าทำไมการพิมพ์การ์ตูนขึ้นมาซักเรื่อง
จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบากมากทีเดียว
ยังไงผมก็ขอเอาใจช่วยให้คุณเล็กประสบความสำเร็จ
ในระดับรถยารีสหลายๆคันเลยนะครับconfused smile

#33 By Ripley on 2008-01-26 16:45

Hot!
เวลาแห่งความพยายามวันนี้
ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า
จะกลายเป็น
"วันเก่าๆ อันแสนงดงาม"

ชอบอันนี้ที่สุดค่ะ
เพราะตรงกับชีวิตตัวเองช่วงนึงเลย

#34 By ~ป้านุ้ก~ on 2008-01-27 16:36

น่าชื่นชมจริงๆค่ะ

ชอบปรัชญาอะไรทำนองนี้เหมือนกัน
วันๆนึง บางทีก็คิดอะไรๆไปเอง

คุณRipley เข้าใจนำเสนอนะคะเนี่ย
ช่างหารูปภาพมาประกอบ สะท้อนให้เห็นถึงความหมายมากขึ้น confused smile

#35 By antzzer on 2008-01-28 00:12

เอาคำคมมาฝาก พอดีอ่านเจอมาค่ะ
"ขอเพียงมีลมหายใจ ทุกอย่างก็เริ่มใหม่ได้"

#36 By poppo on 2008-01-28 16:09

ขอบคุณคุณAntzzerมากครับสำหรับคำชมเรื่องภาพประกอบ
ที่จริงมันเป็นส่วนที่ยากและใช้เวลาที่สุดในการเขียนเอนทรี่นี้
เลยครับ แปลกใจที่ไม่ค่อยเห็นมีใครพูดถึงsad smile

#37 By Ripley on 2008-01-28 18:04

ขอยืมปรัชญาไปใช้นะค่ะ

คมมาก

ชอบทุกอันเลย

ว่างๆแวะไปเยี่มบ้างนะค่ะ

#38 By me design on 2008-01-28 20:16

อย่าวิตก... เพียงเพราะว่ามีบางคนเลียนแบบอย่างคุณ
ตราบใดที่เขายังตามรอยคุณอยู่ ...เขาก็ไม่อาจล้ำหน้าคุณไปได้
^
^
อ่ะโหววว!! =[]=
ชอบอันนี้มากเรยคร่า!!!
ขอให้เค้าเอาไปเผยแพร่ที่บอร์นี้มั่งนะเคอะ
เด่วจะใส่ เครดิต ให้เคอะ >w<

http//:moe-board.net

ปล. เค้าว่ากันว่า คนถนัดซ้ายมักตายไวอ่ะคะ -*-
มีคนเคยบอกเราไว้ แต่ไม่รู้จะจริงหรือเปล่าน้า >w<
อะ...อ่านตาลายเลยครับ wink

มีแต่ปรัชญาโดนโดนทั้งนั้น จนบอกไม่ถูกเลยครับว่าประโยคไหนโดนใจที่สุด sad smile
แต่อันที่เศร้าใจสุดเป็นประโยคที่ คนถูกยิงตายน่ะครับ

ชอบที่มีรูปประกอบด้วยครับ ได้อารมณ์มากขึ้น

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีดีครับ big smile

#40 By อารัส on 2008-01-30 05:02

ดีเหลือเกินครับ
กับสิ่งที่ผมได้รับ
ขอบคุณครับ
..
..

Hot!

big smile

#41 By I am never die on 2008-01-31 09:56

สุดยอดเลยครับ
ไม่เคยอ่านอะไรเติมแต่งความอยากขนาดนี้มาก่อน
ปรัชญาที่ง่ายๆแต่ล้ำลึก

ชอบอันสุดท้ายมั่กๆเลยครับ

Hot! big smile จะแวะมาอ่านอีกนะคร้าบ

#42 By Crozzax on 2008-01-31 20:58

อิ่้มใจจัง ...

ขอบคุณครับ big smile

#43 By = ต้น = on 2008-01-31 22:35

จากสถิติ
คนเกิดวันอาทิตย์นี่ เจ้าชู้ที่สุดเลยค่ะ
ไม่ใช่วันศุกร์หรอกหรือครับ

#45 By Ripley on 2008-02-02 21:00

เขณะที่คุณเป็นอยู่เดี๋ยวนี้

ผมก็เคยเป็นมาก่อน

ขณะที่ผมเป็นอยู่เดี๋ยวนี้

สักวันคุณอาจเป็นบ้าง

เห็นภาพชัดเจน และเข้าใจชีวิตเลยคะ่ Hot! Hot! Hot! Hot!
ชอบหลายข้อความมากเลยค่ะ big smile

ให้สติเตือนใจได้หลายอย่าง big smile Hot! Hot! Hot!
ขอบคุณนะคะ

#47 By ~ N ~ on 2008-02-03 20:06

ได้แนวคิดดีๆ เยอะเลยครับ

แวะเข้ามาทักทาย

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังสุขภาพด้วยนะ...

#48 By ผู้กองโหด!!! on 2008-02-04 00:33

เอ๋ แล้วMs.Burtonนี่เป็นใครคะembarrassed
ป.ล. วันอาทิตย์เจ้าชู้กว่าวันศุกร์ค่ะ ยืนยันเลย
ชอบๆๆๆ
ชอบอ่าน quote
บางทีมันแปลกที่บางอันแทงใจสุดๆ
บางอันสั้นๆง่ายๆแต่ทำให้ฮึดขึ้นมาเฉยเลย

+ชอบอันที่เกี่ยวกับคนโดนเลียนแบบมากๆ
เอาไปดัดแปลงใช้กับคนจำพวกแย่ๆได้เยอะเลย ^ ^

เอาอีกๆๆ ชอบๆๆ

#50 By Tabitha Vixx on 2008-02-04 13:20