Please Don't Die

posted on 16 Dec 2007 20:51 by ripley  in Music

Let me lie down ให้ฉันนอน เอนกาย คลายบ้างเถอะ

Please don't wake me ทุกข์มีเยอะ ไม่อยากตื่น ฟื้นปัญหา

Nothing's sacred ไม่มีสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ใด ในโลกา

And no one saved me ที่ช่วยข้า ให้พ้นรอด ปลอดปวงภัย

In my black eye หากค้นหา ในตาดำ คล้ำคู่นี้

I can feel it มองให้ดี ก็เห็นชัด ถนัดใส

Moving closer เขยิบมา แนบหูฟัง ดังข้างใน

Can't you hear it ได้ยินไหม ความอ้างว้าง มันพร่างพรู

The only gift you gave to me คุณเคยมอบ คำทำนาย ให้แข็งเข้ม

Was self-fulfilling prophecy ช่วยเติมเต็ม กำลังใจ ให้หาญสู้

I need to change the sounds ถึงเวลา ต้องกลบเกลี้ยง เสียงศัตรู

That shape my life ที่เสียดหู คอยถมทับ อกยับพัง

And if you die before I leave หากคุณตาย วายชีวร ไปก่อนฉัน

What on earth becomes of me โลกคงพลัน ผันสะดุด หยุดคาดหวัง

Look around there's no one here เหลียวรอบกาย ก็ไร้เสียง สำเนียงดัง

To love me and hold me สุดเคว้งคว้าง ไร้คนกอด พรอดอย่างเคย

Take me dancing ช่วยพาฉัน ขยับกาย ขยายเส้น

I love music ลุกขึ้นเต้น กับเสียงเพลง บรรเลงเอ่ย

Keep on singing อยากขับขาน อภิรมย์ ชมชื่นเชย

We wont lose it อย่าสูญเลย ความรื่นเริง บันเทิงใจ

Picture me there ลองนึกภาพ ฉันล่องไป ตามใจฝัน

Missing no one ทุกคืนวัน ไม่คิดถึง คะนึงหาย

If young hearts run free ถ้าใจคน ล้นเสรี ไม่มีตาย

Why can't we go on ไยเราไม่ ดำเนินต่อ ก่อสัมพันธ์

Go on 'til they kick us out หากก้าวไป จนย่ำรุ่ง ถึงพรุ่งนี้

We've everything to talk about เราจะมี เรื่องมากมาย ให้กล่าวขาน

I could bring a song into your life ฉันจะทำำ ชีวีคุณ อบอุ่นนาน

If you should die before I leave หากคุณตาย วายชีวา ก่อนหน้าฉัน

What on earth becomes of me ทุกคืนวัน ฝันสลาย คลายศักดิ์ศรี

Look around there's no one here มองทางไหน ไร้คนแคร์ แย่สิ้นดี

To love me and hold me คงไม่มี คนคอยรัก พิทักษ์ดวง

Maybe I've been away too long อาจเป็นฉัน ที่จากหาย ไปนานเนิ่น

I know I'm not always right but is that wrong สุดเก้อเขิน เกินจะทราบ ฉันบาปหรือ

They say there's nothing I can do คนบอกฉัน โง่เฟอะฟะ ดั่งกระบือ

But talk to strangers and wait for you ตีหน้าซื่อ กับคนอื่น ยืนรอคุณ

If you should die before I leave ถ้าคุณตาย วายชีวัน ก่อนฉันจาก

What on earth becomes of me คงลำบาก ดั่งโลกทรุด หยุดไม่หมุน

Look around there's no one here แลรอบข้าง ยิ่งอ้างว้าง ห่างทางบุญ

To love me and hold me หมดคนลุ้น หนุนนำรัก คอยทักทาย

And if you die before I leave หากคุณสิ้น ลมหายใจ ไปก่อนฉัน

What on earth becomes of me ดั่งตะวัน พลันชิงพลบ เงากลบหาย

Look around there's no one here มองทางไหน ก็มืดมัว สลัวใจ

To love me and hold me ไร้คนให้ ความการุณย์ อบอุ่นทรวงฯ

oooh ooh ooh !

 

ความตายเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ทุกชีวิตไม่อาจหลีกพ้น

มันดำเนินเรื่ิอยไป ในทุกเวลา ทุกสถานที่ กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนชั้น

ความตายมักสร้างความโศกเศร้าเมื่อมันเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว

คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากความตายของคนอื่น?

และคุณจะทำอะไรบ้างก่อนที่วันนั้นจะมาถึงตัวคุณเอง?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอยยยย แปลได้เพราะมากๆเลยค่ะ
เราลองแปลเองกับหันไปมองที่คุณแปล โอ้ว เทียบกันไม่ติดฝุ่นเลยค่ะ
ชอบมากๆเลย มันให้อารมณ์อย่างบอกไม่ถูก confused smile
คนที่เหลืออยู่เบื้องหลังซินะคะที่จะเจ็บปวดอยู่ อ่านแล้วเศร้าเลยค่ัะ

#2 By Revamp on 2007-12-16 21:47

โอ้...หลากหลายประโยคสะเทือนใจ
ขอเก็บไว้ไปใช้บ้างนะคะ^^

#3 By sebin_เซบิน on 2007-12-16 22:45

ยินดีครับ ที่แวะหา มาคอมเม้นท์
มันจะเป็น กำลังใจ อันใหญ่หลวง
ขอบคุณที่ ชอบผมเขียน หมั่นเพียรทวง
ไม่ต้องห่วง ผมจัดให้ รับใช้คุณ
double wink

#4 By Ripley on 2007-12-16 23:08

นั่นสินะครับ เราเรียนรู้อะไรจากความตายบ้าง
วันนี้เราได้ทำอะไรบ้าง
ขอบคุณนะครับ ทำให้ผมได้กลับมาคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในชีวิต

แปลได้ไพเราะมากครับbig smile
ปลงเลย ผมปลง ปลงผม

หดหู่ เศร้า ได้กลิ่นความตายลอยมาไกลๆ

ผมไม่ชอบ "เรื่องเศร้า" เท่าไร

แต่แปลกชะมัด คนใกล้ตัวผมชอบจังเลยเศร้าๆ

แล้วก็เฝ้าแต่กล่อมหูให้ผม "ปลง" angry smile

#6 By Death Note on 2007-12-17 02:25

มันคือความรู้สึกอันเดียวดายและสิ้นหวัง...
หากไม่มีเธอ...คนที่เคยเคียงข้างทุกวินาที...
ก็เหมือนไม่มี...ทุกสิ่งทุกอย่าง

ฉันรู้ดีมันคือสัจธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการดับสูญไป...
ไม่เว้นแม้แต่ฉัน
แต่โปรดเชื่อมั่น ซักวันความฝันของสองเราจะเป็นจริง

ได้โปรดเถอะ ... อย่าตายเลย

#7 By ire_u on 2007-12-17 05:43

มีคำถามว่า
ถ้าเลือกได้คุณอยากตายก่อนหรือตายหลังคนที่รัก
คนเห็นแก่ตัวอย่างฉันขอเลือกที่จะตายก่อนได้ไหม
อาทิตย์ก่อน ไปร่วมปฏิบัติธรรมที่วัดราชาฯ 1 วัน ได้ข้อคิดมาเยอะเลยค่ะ สะดุดกับประโยคที่หลวงพ่อพูด "ทุกสิ่งไม่แน่นอน ความตายนั่นแหล่ะคือสิ่งที่แน่นอน"

แต่ก้อยก็ยังคิดว่า การจากกันนิรันดร์ของคนอันเป็นที่รัก ยากที่จะทำใจได้นะ สงสัยยังไม่เข้าถึงพระธรรม sad smile

#9 By ✿Decies✿ on 2007-12-17 10:14

VaR ไม่กลัว และ เสียใจ ในเรื่องการตายจากกัน แต่จะเสียใจในเรื่องการอยู่แบบไม่เข้าใจ ทำร้ายกัน หลอกลวงกัน มากกว่า 100 เท่าค่ะ

#10 By VAR on 2007-12-17 13:21

จริงด้วย ทุกคนต้องตายเนอะ
เราอยากตายก่อนคนที่เรารัก เพราะไม่อยากจะเสียใจ
ก่อนตาย ก็อยากทำเรื่องที่ชอบแล้วก็อยากทำ
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มั้ย ถ้าไม่ได้ทำคงเสียดายชีวิตน่าดู

#11 By 茸のレン on 2007-12-17 19:11

สุดยอดเลยค่ะ นับถือจริงๆเราเองเรื่องกลอนคงอีกนาน เราไม่กลัวตายแต่ไม่อยากทรมาน

#12 By Gabrielle on 2007-12-17 19:35

แต่งกลอนได้ไพเราะและมีความหมายดีมากทั้งไทยและอังกฤษแต่งเองทั้งหมดหรือเปล่าคะ

#13 By MayaKniGht on 2007-12-17 21:05

วันเสาร์ที่ผ่านมาที่ห้องเรียน ได้ฝากบอกเพื่อน ๆ ถึงเขาจะฟังบ้างไม่ฟังบ้างก็ตาม

จงอยู่อย่างเรียนรู้ ไม่ใช่อยู่อย่างหวังผลกำไรแต่เบียดเบียน อย่าเอาความทุกข์มาบดบัง ความสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ร่วมกันพัฒนาองค์กรและสังคมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

ตอบคำถามค่ะ big smile

#14 By tungmay on 2007-12-17 21:09

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ครับ

ตอบคุณ MayaKniGht: กระผมแต่งเฉพาะกลอนภาษาไทยครับ
ส่วนภาษาอังกฤษนั้นเป็นเนื้อเพลงชื่อPlease Don't Die
ของ Robbie Williams ในอัลบั้ม Intensive Care ครับ
เพราะมากๆ อยากให้ลองฟังกันครับsurprised smile

#15 By Ripley on 2007-12-17 21:21

ไม่มีใครห้ามความตายได้ ...
หน้าที่ของเราก็คือ ยอมรับมันให้ได้คะ ...
.
.
.
ไม่ค่อยกลัวตายคะ
แต่ไม่อยากตื่นนอนตอนเช้าเท่านั้นเอง อิอิ
(เกี่ยวกันม่ะคะ) sad smile
ผมว่าการไม่อยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้านั้นก็เป็นสัญลักษณ์
อย่างหนึ่งของการไม่อยากมีชีวิตอยู่นะครับ ซึ่งคนที่หมดหวังหรือไม่มีจุดหมายในชีวิตมักจะเป็น
กลอนบทนี้น่าจะช่วยได้บ้างครับdouble wink
>>> อันชีวิตคนเราช่างสั้นนัก
ต้องรู้จักทำประโยชน์ก่อนจะสาย
ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์หลังความตาย
มีความหมายคงอยู่ ตลอดไป
.......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................(ไม่ทราบชื่อผู้แต่งครับ)

#17 By Ripley on 2007-12-17 21:48

เมื่อไม่นานมานี้ผมค่อนข้างวิตกกับเรื่องของความตาย..
sad smile

#18 By มนุษย์สีเทา on 2007-12-18 15:32

โอ้วเข้ามา บล็อคนี้ มีแต่เจ๋ง
ได้เล็งเห็น ความคมคาย ในภาษา
เจ้าของบล็อค นั้นสุดแสน กรุณา
ที่ช่วยมา แปลอังกฤษ เป็นกลอนไทย

เรื่องความตาย บางครั้ง ก็พูดยาก
เพราะมันพราก ผู้คนไป ไกลสุดแสน
ความโศกเศร้า ล้วนคงอยู่ ในทุกแดน
ไร้คนแทน คนที่ ตายจากเรา

แต่ก็นะ จะว่าไป ทำไมผม
ต้องมาคอย เป็นลม กับภาษา
แต่งไม่เก่ง ยังเสือกมา แต่งอีกนา
ตอนนี้หนา ขอลา ไปก่อนเอย sad smile

#19 By ปิงกรู on 2007-12-18 20:52

การระลึกถึงความตายอยู่เสมอดีนะค่ะ

มันเป็นการเตือนตัวเองไม่ให้ประมาทในการใช้ชีวิตดี แต่ถ้าเราหมกหมุ่นหรือให้ความสำคัญกับเรื่องตายจนเกิดไป โดยไม่ใช่สติกำกับตาม ระวังเป็นโรคซึมเศร้านะค่ะ อันนี้น่ากลัวเพราะรักษายาก

พยายามกันทีละนิด ช่วยๆกันไป สักวันเราคงใกล้จะพบทางออกด้วยกันนะค่ะ เอา ฮึบๆ สู้ๆ ค่ะ..

surprised smile surprised smile surprised smile

#20 By พี่พลอยจ๋า on 2007-12-19 01:14

โห..ปิงกรู ท่านแต่งกลอน ได้ยอดมาก
ไม่ลำบาก ก็ช่วยแต่ง อีกได้ไหม
อยากจะฟัง ท่านมาเม้นท์ เสมอไป
คนอะไร เก่งทุกด้าน สะท้านเมือง

ส่วนพี่พลอย ก็ลึกล้ำ ธรรมะเก่ง
ศีลก็เคร่ง เร่งดึงคน ค้นศึกษา
ถึงคำสอน แห่งพุทธธรรม ย้ำสอนมา
มีคุณค่า มากจริงๆ ยิ่งใหญ่จัง
confused smile

#21 By Ripley on 2007-12-19 09:54

ผมต้องอ่าน 2 รอบเลยครับ จึงพอจะเข้าใจไ้ด้ เขียนดีครับ และเป็นศิลปินได้เลย
แต่ขอนิดครับ ไม่รู้ว่ายาวไปหรือผมไม่ถนัดอ่านยาวๆ เลยทำให้อารมณ์ ยังไม่ถึง Climax ที่ตอนไหน หรือ บทไหน ตอนจบพี่ก็อบอุ่นทรวง เลย รู้สึกว่ามันยังไม่สุดครับ หรือมีับทต่อ...

สุดท้าย อภิรมณ์ นี่ เป็น ณ หรือ ย ครับ

Hot!

#22 By Widget on 2007-12-19 18:58

ผมน้ำตาไหลจากการอ่านคำกลอนเหล่านี้..บอกความรู้สึกได้ยากเย็นเหลือเกิน แต่เข้าใจ และปวดร้าว Hot!

#23 By HyPeR MonKeY on 2007-12-19 19:24

โหนอกจากจะแปลได้ยังแปลเป็นกลอนอีก อ่านแล้วเศร้า ๆ ไงไม่รู้คับ

#24 By Frankie8 on 2007-12-19 22:06

อะกริ้ว อ่ะกร๊าว >w<
มาคอมเม้นตอบนะเจ้าคะ งุงิ ~

18 กะ 69 เป็นชื่อเรียกย่อๆของ Character ของ การ์ตูน
เรื่อง "Reborn" นะเจ้าคะ >w<

18 = ฮิบาริ
69 = มุคุโร่

ซึ่งในตอนนี้สาวๆสาวกการ์ตูนญี่ปุ่นแอบคลั่งกันถ้วนหน้า 5555+ XD

แวะมาจาก บ้านหลังหนึ่งค่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ถ้าความตาย ความพลัดพราก
และความเสียใจของคนเราสามารถกำหนดได้
สิ่งที่ทุกคนเลือกกำหนดคือไม่ขอพบเจอ
แต่ในความเป็นจริง เป็นไปได้ยาก
ทุกคนมีเวลาจำกัด มากน้อยต่างกัน
ทำวันที่ยังหายใจอยู่ให้ดีที่สุด
ผลจะเป็นเช่นไร จงยอมรับมัน
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ขอบคุณที่แวะไปฟังขอนไม้กับเรือไททานิคค่ะ big smile

#26 By warmness on 2007-12-19 23:00

ขอบคุณคุณ Ripley มากๆนะคะ เห็นด้วยค่ะ คือตัวเราอ่ะอยากให้มาช่วยๆกันทำนั่นแหระค่ะ ซึ่งอย่างที่บอกว่าทางเค้าเสนอตัวมาเอง แต่ไม่ทราบใจเค้าคิดยังไงนะคะ เค้าอยากคุมได้ทั้งเว็บแต่เราไม่ให้เค้าน่ะค่ะ (รึเปล่า?) ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตรงนี้รึเปล่า เค้าเลยเสนอแบบนี้ นี่ก็เดานะคะ แหะๆ ก็ปลงๆแล้วค่ะมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเนอะ แหะๆ เอาไว้เจอคงถามตรงๆค่ะ confused smile อ๊าง แอบมาบ่นซะได้ ขออภัยค่า แง๊

#27 By Revamp on 2007-12-20 20:05

อ่านแล้วซึ้งและเข้าใจอะไรๆมากขึ้นค่ะ
บางทีอ่านบทกลอนไม่กี่หน้า ก็ทำให้เราเข้าใจอะไรมากกว่าอ่านหนังสือทั้งเล่มsurprised smileชอบมากๆค่ะ

#28 By ::SeaL World:: on 2007-12-20 22:01

ก่อนวันตายมาถึง
เราคงใช้ชีวิตให้คุ้ม
แสดงความรักแก่คนที่เรารัก
ขอบคุณคนที่รักเรา

ก่อนจะจากไปอย่างเป็นสุขและหมดห่วง

#29 By Veevee on 2007-12-21 00:56

อ่านจบแล้วกล่าวอะไรไม่ออกเลยค่ะ แต่

#30 By bowiemekkO* on 2007-12-21 23:35

ภาษาที่ถ่ายทอดออกมาฟังดูเศร้ามากเลย

แต่ก็ทำให้เราได้คิดได้นะ ว่าคงไม่มีใครอยู่กับเราได้ตลอดเวลาหรอก

tongue ก็คงทำได้แต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดนั่นแหล่ะนะคะ

**ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ

#31 By pure art on 2007-12-22 03:30

จงทำทุกวันเหมือนว่าเป็นวันสุดท้ายในชีวิต big smile

#32 By ภัทร วีระ on 2007-12-22 17:45

โห้ ... เข้ามาอ่าน สะกิดใจมากๆเลยคะ

ทุกชีวิต...สุดท้าย.....ก็ที่เดียวกันทั้งนั้น

ไม่มีใครเลย ที่จะหลบเลี่ยงได้เลยยยย .....

ขอบคุณมากๆเลยคะ

ปล. บล๊อคคุณสวยมากๆเลย ( ทำไม่เป็นหรอกคะ )

#33 By ปลายฟ้า on 2007-12-22 19:50

เศร้า

#34 By flyingafroo on 2007-12-23 18:48

ถ้ารู้วันแห่งความตายมาถึง ถ้าเป็นเรา เราจะบอกความในใจที่ไม่เคยบอกให้คนคนหนึ่งได้รู้ ฟังดูโรแมนติกดีเนอะ เหอๆ ความตายยังไงก็ต้องมาถึงจะช้าจะเร็วก็ต้องตาย ....(คือเราไม่ค่อยจะสันทัดเรื่องภาษาอังกฤษเท่าไร เรียกว่าโง่เลยนะ อิอิ ) การแปลของคุณอ่ะ เรารู้สึกว่า มันเป็นการแปลเหมือนบทกลอนไงไม่รู้ดิ แต่มองอีกด้านก็เหมือนบทสวดมนต์อ่ะนะค่ะ

#35 By i-tu-blog on 2007-12-23 19:53

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะครับ

การแปลของผมก็ตั้งใจให้ออกมาเป็นกลอนอยู่แล้ว
นะครับคุณ i-tu แต่อย่าถึงขั้นมองเป็นบทสวดเลยครับ หุๆ

หวังว่าเอนทรีนี้คงจะสร้างมรณานุสติให้เกิดขึ้นในใจของ
เพื่อนๆทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ (เพื่อความไม่ประมาทใน
การใช้ชีวิต)

#36 By Ripley on 2007-12-23 20:20

ไม่เคยกลัวความตายค่ะ และไม่เคยกลัวที่จะต้องพรากจาก คนในครอบครัว หรือคนที่รัก ด้วยความตายด้วย

เพราะสักวันมันต้องมาถึง

แต่ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

ขอเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่ "มนุษย์" คนนึงจะรู้ได้ค่ะ

เป็นบทกลอนที่ดีมากๆค่ะ

#37 By Rawisara on 2007-12-24 10:34

แปลได้เนียนมั่ก ๆ ชอบ ๆ
ได้อารมณ์ศิลปินจริง ๆ เลย
บอกได้คำเดียวว่า "สุด ๆ"

#38 By globaloop (203.150.235.220) on 2007-12-25 09:40

ชอบมากๆเลยคะ

^ ___ ^

#39 By ปลายฟ้า on 2007-12-28 18:21

ขอบคุณคุณพี่Ripleyสำหรับการ์ดอวยพรปีใหม่ครับ

ขอบคุณอีกครั้ง ขอบคุณมากๆครับbig smile

ชอบถาพที่2มากเลยครับ พี่วาดเก่งมาก
พี่เป็นจิตรกรหรือเปล่าครับ อยากรู้น่ะครับ
ขอบคุณครับ และสวัสดีปีใหม่อีกครั้งนะครับconfused smile
แหมแปลดี แปลได้ ไพเราะนัก
เราอ่านซัก สิบเที่ยว เลยเชียวหนา
ขอชื่นชม ความสามารถ ที่แปลมา
ยกมือมา ชูนิ้วโป้ง ให้คุณเอย

ปล. ที่ว่า "ชูนิ้วโป้ง" นี่คือ "เยี่ยม" นะครับ ไม่ใช่โกรธคุณ
big smile

#41 By Art VS. Ying on 2008-01-17 03:31

Hot!

เนื้อหาในภาษาอังกฤษก็เพราะจับใจดีอยู่แล้ว

ยิ่งเอามาแปลเป็นบทกลอนยิ่งเพราะลึกซึ้งจับใจ

#42 By Grammarman on 2008-01-22 14:39