สุดยอดงานปฎิมากรรมของRon Mueck
posted on 03 Dec 2007 00:51 by ripley in Art
Ron Mueck เป็นศิลปินร่วมสมัยระดับแถวหน้าคนหนึ่่งของโลก เกิดที่เมลเบิร์น
ประเทศออสเตรเลียในครอบครัวนักประดิษฐ์ของเล่นเมื่อปี 1958
เขาทำงานสร้างหุ่นกระบอกให้รายการโทรทัศน์สำหรับเด็กเป็นเวลาถึง 15 ปี
ก่อนที่จะหันมารับงานทำสเปเชี่ยลเอฟเฟคให้กับภาพยนตร์ เช่นเรื่อง Labyrinth(1986)
ซึ่งนำแสดงโดยเดวิด โบวี่ และ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่(ซึ่งในสมัยนั้นยังสาวและสวยมากๆ) ต่อมา
Ron Mueck ย้ายมาก่อตั้งบริษัทรับสร้างแบบจำลองสำหรับใช้ในงานโฆษณาในกรุงลอนดอน
เขาได้เก็บพวกหุ่นตุ๊กตาที่เขาเคยสร้างสำหรับงานโฆษณาเอาไว้มากมายเต็มบ้าน
และเริ่มรู้สึกว่าหุ่นแต่ละตัวนั้นมีลักษณะท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจเกินกว่าที่จะสร้างขึ้น
เพียงเพื่อใช้ถ่ายเป็นภาพสำหรับงานโฆษณาเพียงไม่ีกี่มุมซึ่งถือว่าน่าเสียดายและเสียของเป็นอย่างมาก
ดังนั้นเขาจึงหันมาทำงานด้านวิจิตศิลป์และปฏิมากรรมแบบศิลปินเต็มตัว ..ในต้นยุค90ซึ่งเขาก็ยัง
คงเกี่ยวข้องกับงานโฆษณานั้น เขาได้ถูกว่าจ้างให้สร้างหุ่นจำลองที่ต้องการความเหมือนจริง
ในระดับสูง ซึ่งเขาก็มานั่งคิดว่าควรจะใช้วัสดุอะไรทำดี ปกติแล้วมักจะใช้วัสดุที่เรียกว่าลาเท็กซ์
แตในกรณีนี้่เขาอยากได้อะไรอื่นที่มันมีความแข็งแรงและดูประณีตแนบเนียนกว่าเดิม โชคดีที่วัน
หนึ่งเขาเดินไปเห็นการตกแต่งเชิงสถาปัตยกรรมในร้านบูติกแห่งหนึ่ง และสืบทราบว่าวัสดุที่มี
ลักษณะธรรมชาติออกเป็นสีชมพูที่ดูดีชิ้นนี้คือสิ่งที่เรียกว่า ไฟเบอร์กลาสเรซิ่น
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงานปฏิมากรรมอันน่าขนลุกของเขาในเวลาต่อมา
ซึ่งผลงานเหล่านี้ล้วนแต่เป็นที่ต้องการของเหล่าแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ชั้นนำทั่วไป
เรามาดูผลงานชิ้นเด่นๆของเขาที่จัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในนิวยอร์คกันดีกว่า...
เปิดประตูมาเจอแบบนี้ ถ้าเป็นของจริงละก็ตัวใครตัวมันนะ!!!
เดี๊ยนจะนอน แล้วพวกคุณมามุงดูทำไมเคอะ?
ต้องดูใกล้ๆ จะได้เห็นรายละเอียดชัดๆ
พี่ๆ ยืนอ่านอะไรเพลิน ระวังข้างหลังนะ !!
จุ๊ๆๆ ดูเงียบๆนะ เดี๋ยวน้าแกจะตื่น
สงสัยกำลังเล่นเก้าอี้ดนตรีกันนะ แต่ใครล่ะจะกล้าเข้าไปแย่งเก้าอี้กับคุณพี่เครายาวผู้นี้!!
น่าจะปั้นหุ่นเด็กวัยรุ่นคนนี้ให้้หน้าเหมือนมาริโอ เมาเร่อ แล้วเอามาตั้งในสยาม
แต่เมื่อมองจากมุมนี้แล้วก็คล้ายเหมือนกันนะ
ช่วยดูให้เป็นงานศิลปะด้วยนะครับ !
หนาวเนื้อห่มเนื้อ จึงหายหนาว
ห่มไปห่มมาก็เลยป่องกลางแบบนี้ล่ะจ้ะเด็กๆ
เกิดเป็นหญิง แท้จริงนั้นแสนลำบาก
แล้วหนูก็เกิดมาได้ด้วยประการฉะนี้
ใครก็ได้ช่วยมาตัดสายสะดือให้หนูที!!
ชาติปิทุกขัง ..การเกิดนั้นเป็นทุกข์
กำลังจะเริ่มตั้งไข่ นี่แหละที่มาของหน้าแอ๊บแบ๊วของแท้
รูปปั้นชิ้นนี้ชื่อ พิน็อคคิโอ เสร็จในปี 1996
ดูกันให้ชัดๆกับความพิเศษของไฟเบอกลาสเรซิ่นที่ดูแล้วเหมือนผิวคนจริงๆ
คงเผลอทำกระป๋องสีดำหกใส่ก็เลยออกมาแบบนี้
รูปนี้ไม่รู้จะบรรยายอย่างไรดี
นี่แหละคู่ต่อสู้ของสไปเดอร์แมนภาค4 ..มนูษย์จิงโจ้!
จ้องอยู่ได้ ผมอายนะเจ๊ !!
นี่ๆๆ.. ผู้ชายคนที่ใส่หมวกโ่น่นน่ะท่าทางจะปิ๊งฉันล่ะเธอ !!
ชราปิทุกขัง ..ความแก่ก็เป็นทุกข์..
มรณัมปิทุกขัง ..ความตายก็เป็นทุกข์.. ผลงานชิ้นนี้ชื่อ Dead Dad ครับ
ถ้าทำความดีเยอะๆ ตายแล้วก็จะเป็นเทวดาแบบนี้ละมั้ง?
...เป็นอันว่าการทัวร์พิพิธภัณฑ์ในครั้งนี้ก็ได้จบลงแล้วนะครับ (ขอค่าไกด์คนละเม้นท์
)
หวังว่าทุกท่านคงจะได้ทั้งความตื่นตาและได้แง่คิดอะไรบ้างพอสมควร
จากงานปฏิมากรรมอันน่าทึ่งของชายที่ชื่อว่า Ron Mueck..
แต่ละผลงามทำให้อึ้งไปเลย รายละเอียดสุดยอดมากๆเลยค่ะ ชอบผลงานชุดที่เป็นเด็กเป้นพิเศษเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน สงสัยรักเด็ก?? 55+ สื่อถึงการเกิด-ตายได้ดีมากๆเลยค่ะ นึกจินตนาการภาพตัวเองไปยืนอยู่ข้างๆหุ่นขนาดใหญ่บ้าง

เหมือนตีแผ่ความทุกข์มาให้เห็นในปของวัตถุเลย ปรบมือให้ดังๆแถมดาวให้อีกดวง
#1 By ire_u on 2007-12-03 05:28