ภาพลวงตากลางฟุตบาท
posted on 26 Nov 2007 22:06 by ripley in Artช่วงนี้คอมผมอาการไม่ค่อยดีครับ อาจต้องเอาไปซ่อมยาว เผลอๆอาจต้องซื้อเครื่องใหม่
แล้วผมก็ยังมีงานด่วนเข้ามาอีกด้วย ก็เลยอาจจะต้องหายหน้าหายตาไปพักหนึ่ง
ก่อนไปก็ขออัพบล็อกทิ้งท้ายแบบง่ายๆด้วยชุดภาพลวงตาแปลกๆ ที่เคยมีเพื่อนคนหนึ่งจาก
ออสเตรเลีย forward เมล์มาให้นานแล้ว ถ้าใครเคยเห็นแล้วก็ขออภัยด้วยนะครับ
ที่เห็นนี้คือภาพโค้กขวดยักษ์ที่ถูกวาดขึ้นกลางฟุตบาทแห่งหนึ่งเพื่อหลอกตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ส่วนชายที่นั่งอยู่ข้างๆก็คือศิลปินเจ้าของผลงาน ดูจากชื่อเมล์แล้วเขาอาจมีนามว่า Ron Mueck
Ron Mueckมีอาชีพหลักเป็นปฏิมากรแนวเหนือจริง (hyperrealist) ชาวออสเตรเลีย
ที่ไปทำมาหากินในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
อ้าว เป็นปฏิมากรแล้วมาวาดรูปกลางฟุตบาททำไมล่ะพี่ ? งั้นเอาเป็นว่าผมไม่ขอ confirm ว่านาย
คนนี้คือ Ron Mueck ก็แล้วกัน (ส่วนผลงานปั้นของนาย Mueck เอาไว้จะมาโชว์ในโอกาสต่อไป)
ยาฆ่าแมลงยี่ห้ออะไรหว่า กระป๋องนิดเดียวแต่ฤทธิ์แรงจัง ขนาดแมลงวันยักษ์ยังตาย
ระวังเมียพี่มาเห็นเข้านะ เหอๆ
วาดซะเหมือนหลุมจริงๆมากเสียจนผู้คนต้องเดินหลบกันเป็นแถว
ภาพนี้กลับหัวกลับหาง ดูแล้วชวนให้เวียนหัวไหมครับ
โน๊ตบุคเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใครหนอยังอุตส่าห์เอามาวางลืมทิ้งไว้ได้ !
อ้าว เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยลุง ตกท่อลงไปแล้วสองคน เหอๆ
แหม..ก๊งเหล้ากันกลางถนนแล้วยังมากัดกันเหมือนน้องหมาอีกเจ้าสองคนนี้ !
นี่ละมั้ง ที่เขาเรียกกันว่านักขุดทอง (gold digger) อยู่ที่ไหนหว่า จะได้ไปขุดบ้าง
ื
ไปเปิดร้านทองได้หลายสาขาเลย ไม่ต้องวาดรูปให้เหนื่อยแล้วล่ะพี่ !!
สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แม้กระทั่งสไปเดอร์แมนก็ยังมีวันตกตึก
อูย ! ร้อนจริงๆให้ตายเถอะ โรบิน !!
เล่นน้ำคนเดียวเหงาไหมน้อง เดี๋ยวพี่ลงไปเล่นเป็นเพื่อน !
รูปสาวในสระน้ำข้างบนนี้ ถ้ายืนดูจากอีกด้านนึงก็จะเห็นเป็นแบบนี้แหละครับ
มนูษย์จิ๋วกำลังติดแผ่นป้ายรอบลูกโลก
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความลวงตาของภาพจะหายไปเมื่อมองจากอีกด้าน
ไม่รู้เหมือนกันว่าศิลปินผู้นี้ใช้สีอะไรวาด อาจจะเป็นสีชอล์กกล่องนี้ก็ได้นะ !
ดูแล้วก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าบ้านเมืองของฝรั่งเขาให้ความสำคัญกับศิลปะเป็นอย่างมาก
ถึงยอมให้มีศิลปินมาใช้ฟุตบาทแทนผืนผ้าใบสร้างงานศิลปะกันทั่วเมืองได้แบบนี้
ดูจบแล้วลองมาโหวตกันไหมว่าภาพใดดูเหมือนจริงในสายตาคุณมากที่สุด?
อิอิ
#1 By If I can stop one Heart from breaking! on 2007-11-26 22:12