Movie quote part 3
posted on 10 Nov 2007 20:31 by ripley in Movie...ไหนๆก็เอา quote ที่ช่วยสร้างความหวังและกำลังใจมาให้อ่านกันเมื่อ entry ที่แล้ว
คราวนี้ก็ขอเอามาให้อ่านต่ิอกันอีกเรื่อง จะได้มีแรงใจสู้กับอุปสรรคของชีวิตกันเยอะๆไปเลย
เรื่องนี้หลายๆคนคงจะรู้จักดีนะครับ เพราะเป็นหนังปี2000นี่เอง น้าทอม แฮงค์สเล่นเป็นพนักงาน
ระดับสูงของ FedEx บริษัทไปรษณีย์ด่วนซึ่่งเป็นอาชีพที่ต้องทำงานรีบเร่งแข่งกับเวลา
แต่แล้วก็เกิดซวยเมื่อเครื่องบินดันตกกลางทะเล แล้วน้าแฮงค์ก็รอดชีวิตมาติดเกาะร้างอยู่คนเดียว
ตอนแรกน้าแฮงค์สก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก คิดว่าเดี๋ยวก็คงมีเรือหรือไม่ก็เครื่องบินผ่านมาช่วย
ระหว่างรอความช่วยเหลือ แกก็จับปูจับปลากินไปพลางๆ Quote นี้ก็เลยออกแนวขำๆครับ ยังมี
อารมณ์แซวกิลลิแกนซึ่งเป็นพระเอกจากละครซิตคอมเรื่อง Gilligan's Island อันเป็นเรื่องเกี่ยว
กับสมาชิกครอบครัว7คนที่เรือล่มแล้วมาผจญภัยบนเกาะร้าง (ออกอากาศระหว่างปี 1964-1967)
นี่เป็น Quote ที่ผมชอบมากที่สุดในหนังเรื่องนี้ครับ เข้าใจอุปมาชีวิตคนเรากับกระแสน้ำที่เราไม่มี
ทางรู้เลยว่าจะพัดพาอะไรมาหาเราเมื่อไหร่ อาจเป็นสมบัติล้ำค่าหรือหมาเน่าก็ได้ ส่วนพี่แฮงค์สก็
ได้ข้าวของที่ลอยมากับกล่องพัสดุFedExซึ่งแกดัดแปลงมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีพได้อย่าง
น่าทึ่ง อาทิเช่น รองเท้าสเก็ตที่แกเอามาทำเป็นมีดปอกเปลือกมะพร้าว
แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือแกเอาลูกวอลเลย์บอลมาทำเป็นเพื่อนคุย ระบายอารมณ์ความรู้สึกอะไรต่างๆ
เพราะในเกาะนี้ไม่มีน้องหมาน้องลิงจะให้แกคุยด้วยซักตัว ลองถ้าเป็นเราต้องติดเกาะอยู่คนเดียว
แบบนี้ ไม่รู้จะคุยกับใคร เน็ตเหนิดอะไรก็ไม่มีให้แชต ก็อาจจะอกแตกตายได้เหมือนกันนิ ( ตัวละคร
ที่น้าแฮงค์สรับบทอยู่นี้ชื่อ Chuck Noland ซึ่่งนามสกุลสะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของเจ้าของ
ที่กำลังไม่มีแผ่นดิน(ใหญ่)ให้อาศัยได้เป็นอย่างดี ที่ตลกไปกว่านั้นก็คือ Wilson ซึ่งเป็นชื่อลูกวอล
เลย์ที่น้าแฮงค์สแกเรียกนั้นก็เป็นนามสกุลของเมียน้าแกเองในชีวิตจริง
)
อยู่ไปนานๆ3-4ปีไม่มีใครมาช่วยซักที น้าแฮงค์สก็เลยชักเครียดหาเรื่องทะเลาะกับวิลสันไม่เว้น
วัน เสร็จแล้วก็คืนดีกันทุกที เพราะถ้าไม่ง้อวิลสันแล้วจะหาเพื่อนที่ไหนคุยด้วยล่ะ..
นี่แหละใบหน้าชัดๆของวิลสันหลังผ่านมือผ่านteenน้าแฮงค์สมา4ปีเต็ม ...
ระหว่างที่ีติดเกาะอยู่ น้าแฮงค์สก็คิดจะฆ่าตัวตายเหมือนกัน อุตส่าห์ถักเชือกมาซะดิบดีพอจะผูก
กับต้นไม้ กิ่งไม้ก็ดันหักลงมาซะก่อน ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีพระเจ้าอาจจะต้องการให้
เขาอยู่ต่อไปก็ได้
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจพาตัวเองออกมาจากเกาะด้วยวิธีของตัวเอง โดยมีแค่ ความหวัง ความกล้า
และ สติปัญญา เป็นทุนรอน และมีชีวิตของเขาเองเป็นเดิมพัน
ส่วนใครที่กำลังมีอุปสรรคในชีวิตก็อย่าเพิ่งท้อ ดูอย่างน้าแฮงค์สในเรื่อง Cast Away เป็นตัวอย่าง
เอาไว้ละกัน ขอเอาใจช่วยครับ
ขออนุญาตแอดไว้นะ เพราะข้าพเจ้าก็ชอบเรื่องหนังเหมือนกัน
)
#1 By VAR on 2007-11-10 22:58