Movie quote part 1
posted on 04 Nov 2007 18:43 by ripley in Movie... ผมคิดอยู่ตั้งนานว่าจะเอาอะไรมานำเสนอเป็นentryอันดับที่2ดี พยายามเอาบทวิจารณ์
หนังที่เคยทำไว้อย่างดิบดีในเว็บไซต์ของผมเอง(www.movie.hipgang.com) มาลงให้อ่าน
กันแต่ปรากฏว่าไฟล์มันใหญ่เกินไป ครั้นจะลดคุณภาพลงให้ต่ำกว่า150k เพื่อที่จะสามารถอัพ
โหลดในบล็อกได้ ไฟล์ที่เห็นก็เบลอทำให้อ่านลำบาก งั้นขอเวลาผมคิดหากลวิธีในการนำ
เสนอบทวิจารณ์ต่อไปอีกสักหน่อยละกัน เผอิญมีคำคมจากหนังที่ทำไว้ในเว็บเดียวกันอยู่บ้าง
เลยเอามาลงแทนไปก่อน บางquoteก็ตลก บางquoteก็เศร้าๆซึ้งๆ หลายอารมณ์คละเคล้ากัน
ไป นอกจากนี้ก็เป็นการฝึกฝนภาษาไปด้วยในตัว ก็หวังว่าเพื่อนๆคงจะเพลินเพลินกันพอ
สมควรนะ มาเริ่มกันเลย...
เริ่มด้วยคำคมจาก Cold Mountain หนังแนวรักระหว่างรบของผู้กำกับขวัญใจผมอย่าง
Anthony Minghella กันก่อนดีกว่า ผู้กำกับท่านนี้สร้างหนังออกมาแต่ละเรื่องเป็นต้องโดนใจ
ผมไปเต็มๆทุกที หนังดังๆในเครดิตของเขาก็มี The English Patient (9รางวัลออสการ์) The
Talented Mr.Ripley แล้วก็ Cold Mountain นี่แหละ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกกับนาง
เอกที่เพิ่งจะรู้จักรักใคร่กันไม่ทันไรก็ต้องมาพรากจากกันเพราะสงครามกลางเมืองสหรัฐระหว่าง
ฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ ระหว่างที่พระเอกจู้ด หล่อว์ไปรบชนิดที่แทบเอาชีวิตไม่รอด นางเอกคน
สวยอย่างนิโคลคิดแมนก็เฝ้ารอ ร้อ รอ จนแทบจะอดตายเหมือนกัน เพราะลูกผู้ดีตกยากอย่าง
เธอทำอะไรกินไม่เป็น (เดือดร้อนสาวไร่อย่างเร่เน่ เซลวีเกอร์ต้องมาช่วยสอนวิธีปลูกถั่วปลูก
งาประทังชีวิตจนคว้าออสการ์ไปครองเป็นรางวัลตอบแทน) qoute ที่นำเสนอนี้ก็เป็นข้อความ
ในจดหมายที่เอด้า(นิโคล)เขียนส่งไปหาพระเอกเป็นร้อยฉบับแต่ว่าไม่เคยได้รับตอบเลยนั่น
เอง (น่าเห็นใจนางเอกมากๆ ใครที่มีคนรักเป็นทหารที่กำลังไปรบกับพวกแบ่งแยกดินแดน
ทางภาคใต้ของไทยเราก็คงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี)
มาเปลี่ยนบรรยากาศจากเศร้าเป็นแสบๆคันๆบ้างดีกว่า quote นี้จากเรื่อง Transamerica หนัง
อินดี้ที่ส่งให้นางเอกอย่างเฟลิซิตี้ ฮัฟแมน(จาก Desparate Housewives)เข้าชิงออสการ์นำ
หญิงยอดเยี่ยมจากบทกระเทยแปลงเพศ ซึ่งเธอก็เล่นเป็นกระเทยได้อย่างสมจริงจนน่า
เสียดายที่ต้องเสียรางวัลที่เธอควรจะได้ให้กับรีส วิเธอร์สปูนไป(จากการเข้าชิงในเรื่องWalk
The Line) ประโยคที่เอามาเป็น quote นี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางร่วมกันระหว่างพระ..
เอ้อ..เอก (หรือนางเอกหว่า..?) กับลูกชายวัยรุ่นหัวดื้อที่เป็นผลผลิตในสมัยที่เธอยังใช้ชีวิต
แบบผู้ชายปกติทั่วไป (ซับซ้อนดีไหมล่ะ คาแรคเตอร์นี้!!) ฉากที่เห็นนี้โทบี้ซึ่งเป็นลูกชายยัง
ไม่รู้หรอกว่าคนที่ดูเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งนี้กลับเป็นพ่อแท้ๆของตนเอง ใครยังไม่เคยดูก็หามา
ดูกันนะครับ หนังน่าประทับใจมาก
จากความประทับใจแบบแสบๆคันๆก็มาเบรคอารมณ์กันแบบหัวคะมำด้วย quote ที่ชวนขนหัว
ลุกของ ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ตัวร้ายระดับคลาสสิคจาก The Silence of The Lambs กันดี
กว่า ลุงเล็คเตอร์แกเป็นจิตแพทย์ที่ดันเป็นโรคจิตเสียเอง ทีต้องมาติดคุกเพราะพฤติกรรมที่
ชอบลิ้มรสเนื้อมนุษย์ด้วยกัน เซอร์แอนโธนี่ ฮอพกิ้นส์แสดงได้ดีมาก แค่ยืนเฉยๆส่งสายตา
ออกมาจากหลังลูกกรงก็ทำเอาคนดูรวมทั้งเอฟบีไอสาวอย่างโจดี้ ฟอสเตอร์ขวัญหนีดีฝ่อแล้ว
ฮอลลีวู้ดจับเอาคาแรคเตอร์หมอโรคจิตรายนี้มาสร้างเป็นหนังต่อมาอีก3ภาค ซึ่งภาคล่าสุดย้อน
กลับไปหาเรื่องราวในวัยเด็กว่าทำไมแกถึงชอบกินเนื้อคนแบบนี้
quote สุดท้ายมาจากหนังแนวครูกับนักเรียนที่เป็นความประทับใจตลอดกาลอย่าง Dead
Poets Society ที่ทำให้เด็กวัยรุ่นในปลายยุค80 คลั่งไคล้ในบทกวีกันเป็นการใหญ่ นี่เป็นเรื่อง
ราวของครูภาษาอังกฤษคนใหม่ที่มีวิธีการสอนไม่เหมือนใคร ในขณะที่ครูทั้งโรงเรียนมุ่งเน้นที่
จะยัดเยียดวิชาการใส่หัวสมองของเด็กเพื่อการสอบติดมหาลัย ครูคีติ้งนายนี้กลับชักชวนให้
เด็กๆมีมุมมองต่อชีวิตในแบบที่ต่างไปจากเดิมเพื่อให้สัมผัสถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต quote
ที่เห็นนี้มาจากฉากที่ครูคีติ้งอ่านบทกวีภาษาลาตินซึ่งสอนให้เด็กที่ยังอยู่ในวัยเยาว์และเปี่ยม
ไปด้วยพลังและความฝันให้มีความกล้าที่จะทำฝันนั้นให้เป็นจริงก่อนที่วันเวลาของชีวิตจะหมด
ไปและกลายเป็นอาหารของหนอนและแมลงอย่างที่หาคุณค่าใดๆไม่ได้ ใครที่โตไม่ทันดูหนัง
เรื่องนี้ในโรงจงรีบไขว่คว้าหาหนังเรื่องนี้มาเติมเต็มคุณค่าของชีวิตโดยด่วนเลยครับ!
ผมทดลองโพสแค่ 4 quote ก่อนนะ เอาไว้ว่างๆจะเอา quote ดีๆมาลงให้อ่านกันใหม่ในentryต่อๆไป ....บายครับ
#1 By
มาสเตอร์แชมป์ on 2007-11-04 20:50